Buyer's Guide

ระบบ ERP ราคาคิดจากอะไร และจะเทียบใบเสนอราคายังไงให้เห็นของจริง

คู่มือคิดราคา ERP สำหรับ SME ไทย ไม่ใช่หน้าขายราคา แต่เป็นวิธีคิดที่คุณเอาไปกางกับใบเสนอราคาของใครก็ได้ ใช้อัตราอ้างอิงที่ภาครัฐประกาศเป็นฐาน เพื่อให้คุณคำนวณเองและตรวจสอบตามได้ทุกขั้น

ตอบก่อน ราคา ERP คิดจากอะไร

ราคา ERP คิดจากจำนวน man-day ที่งานต้องใช้ คูณด้วยอัตราต่อวันของทีมที่ทำ ไม่ใช่ราคาต่อผู้ใช้ต่อเดือนแบบโปรแกรมสำเร็จรูป ถ้าคุณจับสองตัวเลขนี้ได้ คุณเทียบผู้ขายได้ทุกเจ้า ถ้าจับไม่ได้ ราคารวมก้อนเดียวที่เขายื่นมาจะเทียบกับอะไรไม่ได้เลย

อัตราต่อวันมีฐานอ้างอิงสาธารณะให้ยึด หลักเกณฑ์ราคากลางการจ้างที่ปรึกษาของกระทรวงการคลังกำหนดอัตราสำหรับงาน ICT ไว้ที่ประมาณ 6,048 บาทต่อวันสำหรับวิศวกรระดับ 7 ปี และ 7,573 บาทต่อวันสำหรับระดับ 10 ปี ตัวเลขนี้ไม่ใช่ราคาของเรา แต่เป็นเกณฑ์ที่หน่วยงานรัฐใช้ตั้งราคากลาง และคุณดาวน์โหลดมาตรวจเองได้

ส่วนจำนวนวันขึ้นกับขอบเขตงานของคุณโดยตรง หน้านี้จึงไม่ประกาศราคาเหมารวม เพราะตัวเลขที่ไม่ได้มาจากขอบเขตงานจริงของคุณจะทำให้คุณเทียบผิดมากกว่าช่วยให้ตัดสินใจถูก สิ่งที่ให้ได้และมีประโยชน์กว่าคือกรอบจำนวนวันตามขนาดงาน แล้วคุณคูณเอง

อัตราต่อวันมาจากไหน

ฐานที่ใช้คือหลักเกณฑ์ราคากลางการจ้างที่ปรึกษาของกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่หน่วยงานรัฐใช้ตั้งราคากลางงานไอที และเป็นเอกสารสาธารณะที่ดาวน์โหลดมาตรวจได้ ตารางอัตราสำหรับสาขา ICT กำหนดเงินเดือนพื้นฐานตามวุฒิและอายุงาน แล้วคูณด้วยตัวคูณที่ประกาศไว้ เพื่อให้ได้อัตราเรียกเก็บต่อเดือน

หนึ่ง man-month เท่ากับ 22 วันทำงานตามเกณฑ์เดียวกัน หารกลับจึงได้อัตราต่อวัน ที่เหลือคือเลขคณิตล้วนๆ ที่คุณทำเองได้

ที่มาของอัตราต่อ man-day (หลักเกณฑ์ราคากลางการจ้างที่ปรึกษา กระทรวงการคลัง สาขา ICT)
รายการวิศวกร ป.ตรี 7 ปีวิศวกร ป.ตรี 10 ปี
เงินเดือนพื้นฐานต่อเดือน฿50,400฿63,110
ตัวคูณตามหลักเกณฑ์2.6402.640
อัตราเรียกเก็บต่อเดือน฿133,056฿166,610
1 man-month22 วันทำงาน22 วันทำงาน
อัตราต่อ man-day฿6,048฿7,573

งานแต่ละขนาดใช้กี่วัน

นี่คือครึ่งที่สองของสมการ ระยะเวลาในตารางอ้างจากกรอบที่เราใช้อยู่จริง คือ ERP ระดับ SME ใช้เวลาราว 4–6 เดือนตั้งแต่สรุปขอบเขตงานจนเปิดใช้ ส่วนขนาดทีมคือ 2–3 คนทำเต็มเวลา ซึ่งเป็นขนาดทีมที่งานระดับนี้ต้องการจริง

เอาจำนวน man-day ในตารางคูณกับอัตราต่อวันในหัวข้อก่อนหน้า แล้วคุณจะได้กรอบราคาของงานขนาดนั้น ทำแบบเดียวกันกับใบเสนอราคาที่ได้รับมา ถ้าตัวเลขสองฝั่งห่างกันมาก คำถามถัดไปคือห่างเพราะจำนวนวันหรือเพราะอัตราต่อวัน

  • ถ้าผู้ขายเสนอจำนวนวันต่ำกว่ากรอบนี้มาก ให้ถามว่าตัดอะไรออก ไม่ใช่สรุปว่าเขาเก่งกว่า
  • ถ้าสูงกว่ากรอบนี้มาก ให้ขอดูว่าเวลาที่เพิ่มมาใช้ไปกับงานส่วนไหน
  • ถ้าผู้ขายไม่ยอมแตกเป็น man-day ให้ถือว่ายังเทียบราคาไม่ได้
กรอบจำนวน man-day ตามขอบเขตงาน
ขอบเขตงานทีม × ระยะเวลาman-day
เริ่มต้น — บัญชี + สต๊อก หนึ่งบริษัท หนึ่งคลัง2 คน × 4 เดือน176
กลาง — เพิ่มงานขาย จัดซื้อ และหลายคลัง3 คน × 5 เดือน330
ครบ — เพิ่มงานบุคคล เงินเดือน และหลายสาขา3 คน × 6 เดือน396

ระบบ ERP ราคาถูก ได้แค่ไหน และแลกกับอะไร

คำว่าราคาถูกในงาน ERP แทบไม่เคยแปลว่าประหยัดกว่า แต่แปลว่ามีอะไรบางอย่างหายไปจากใบเสนอราคา ที่พบบ่อยคือขอบเขตงานที่แคบกว่าที่คุยกันไว้ จำนวนวันที่ตั้งไว้ต่ำเกินจริง หรือทีมที่เข้ามาทำไม่ใช่ระดับที่เสนอในเอกสาร

มีเส้นหนึ่งที่ควรรู้ไว้ ต้นทุนเงินเดือนวิศวกรอาวุโสในกรุงเทพฯ อยู่ราว 80,000–160,000 บาทต่อเดือน เมื่อบวกต้นทุนนายจ้างอีกประมาณ 1.3–1.45 เท่า แล้วหารเป็นรายวัน อัตราเรียกเก็บที่ต่ำกว่าราว 5,000 บาทต่อวันจะอยู่ที่หรือต่ำกว่าต้นทุนคนระดับนั้นแล้ว งานที่เสนอต่ำกว่าเส้นนี้จึงต้องมาจากทีมที่ประสบการณ์น้อยกว่า จากการทำหลายโปรเจกต์พร้อมกัน หรือจากการตั้งจำนวนวันไว้ต่ำแล้วเก็บเพิ่มทีหลังเป็น change request

ทางเลือกที่ประหยัดจริงและตรงไปตรงมากว่าคือลดขอบเขตงาน ไม่ใช่ลดอัตราต่อวัน ทำเฉพาะส่วนที่เจ็บที่สุดก่อน เช่น สต๊อกกับบัญชี แล้วค่อยต่อยอดงานบุคคลในเฟสถัดไป งบก้อนแรกเล็กลงจริง และคุณได้เห็นฝีมือทีมก่อนตัดสินใจเฟสต่อไป

  • ERP โอเพนซอร์สไม่มีค่าลิขสิทธิ์ แต่ค่าวางระบบ ย้ายข้อมูล และปรับให้ตรงงานยังอยู่ครบ
  • แพ็กเกจสำเร็จรูปราคาต่อเดือนถูกกว่า แต่คิดค่าปรับแต่งแยก และบางอย่างปรับไม่ได้เลย
  • การลดขอบเขตงานลดงบได้จริง การลดอัตราต่อวันมักย้ายค่าใช้จ่ายไปโผล่ทีหลัง

ค่าใช้จ่ายที่ไม่อยู่ในใบเสนอราคาแรก

ค่าพัฒนาเป็นก้อนที่ใหญ่ที่สุด แต่ไม่ใช่ก้อนเดียว รายการด้านล่างคือส่วนที่มักโผล่มาทีหลังและทำให้ค่าใช้จ่ายรวมสามปีต่างจากที่คิดไว้ตอนเซ็น ควรถามให้ครบตั้งแต่ใบเสนอราคาแรก

วิธีเทียบผู้ขายที่ยุติธรรมที่สุดคือเทียบค่าใช้จ่ายรวมสามปี ไม่ใช่เทียบราคาก้อนแรกอย่างเดียว ผู้ขายที่ราคาเริ่มต้นต่ำกว่าอาจแพงกว่าเมื่อรวมค่าดูแลรายปีและค่าปรับแก้

  • ย้ายข้อมูลจากระบบเดิม ยิ่งข้อมูลเก่าไม่สะอาด ยิ่งใช้เวลามาก และเป็นงานที่ประเมินต่ำกันบ่อยที่สุด
  • ค่าดูแลรักษารายปีหลังเปิดใช้ ถามว่าคิดเป็นสัดส่วนของมูลค่างานหรือคิดตามชั่วโมงที่ใช้จริง
  • อบรมผู้ใช้ และเวลาที่ทีมคุณต้องเสียไปกับการเรียนรู้ระบบใหม่ในช่วงเปลี่ยน
  • เชื่อมต่อกับระบบอื่นที่ใช้อยู่ ทั้งระบบขายหน้าร้าน ธนาคาร และช่องทางออนไลน์
  • ค่าเซิร์ฟเวอร์หรือคลาวด์รายเดือน และค่า licence ของซอฟต์แวร์ที่ระบบต้องพึ่ง
  • change request หลังเปิดใช้ ถามอัตราต่อวันไว้ตั้งแต่ต้น ก่อนที่จะอยู่ในสถานะที่ต่อรองไม่ได้

SAP Oracle Microsoft เทียบกับ ERP ที่สั่งทำ

คำถามที่เจอบ่อยคือควรใช้ ERP ค่ายใหญ่อย่าง SAP Oracle หรือ Microsoft หรือสั่งทำเฉพาะทาง คำตอบไม่ได้อยู่ที่ค่ายไหนดีกว่า แต่อยู่ที่โครงสร้างค่าใช้จ่ายสองแบบนี้ต่างกันคนละทาง

ERP ค่ายใหญ่คิดค่า licence ต่อผู้ใช้ต่อปีต่อเนื่องไปตลอด บวกค่าวางระบบที่จ่ายให้พาร์ตเนอร์ผู้ติดตั้ง จุดแข็งคือระบบผ่านการใช้งานมาแล้วทั่วโลก มีมาตรฐานรองรับ และหาคนที่เคยใช้ได้ง่าย จุดที่ต้องระวังคือคุณต้องปรับกระบวนการทำงานให้เข้ากับระบบ ไม่ใช่ให้ระบบเข้ากับงานคุณ และค่า licence เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่มีวันจบ

ERP สั่งทำจ่ายก้อนใหญ่ตอนพัฒนา แล้วค่าใช้จ่ายต่อเนื่องเหลือแค่ค่าดูแลกับค่าโครงสร้างพื้นฐาน ระบบตรงกับวิธีทำงานจริงเพราะออกแบบจากงานคุณ แต่คุณต้องมีคนดูแลระยะยาว และคุณภาพขึ้นอยู่กับทีมที่ทำโดยตรง

เส้นแบ่งที่ใช้ได้จริง ถ้ากระบวนการทำงานของคุณเหมือนธุรกิจทั่วไปในอุตสาหกรรมเดียวกัน ระบบสำเร็จรูปคุ้มกว่า ถ้าสิ่งที่ทำให้ธุรกิจคุณแข่งขันได้คือวิธีทำงานที่ไม่เหมือนใคร การบังคับให้มันเข้ากรอบระบบสำเร็จรูปคือการทิ้งข้อได้เปรียบนั้นไป

โปรแกรมบัญชีกับ ERP ราคาต่างกันเพราะอะไร

โปรแกรมบัญชีคิดราคาต่อผู้ใช้ต่อเดือน เพราะขอบเขตงานแคบและเป็นระบบสำเร็จรูปอยู่แล้ว ราคาจึงคาดเดาง่ายและเริ่มได้เร็ว ส่วน ERP คิดเป็นโปรเจกต์ เพราะต้องสรุปขอบเขตงานตามธุรกิจจริง วางระบบ และย้ายข้อมูลจากของเดิม

ความต่างของราคาสะท้อนความต่างของงาน ไม่ใช่ส่วนต่างกำไร โปรแกรมบัญชีตอบว่าเดือนนี้กำไรขาดทุนเท่าไหร่ ERP ตอบว่าสต๊อกเหลือเท่าไหร่ในคลังไหน พนักงานลาไปกี่วัน และตัวเลขทุกอย่างเชื่อมกับบัญชีโดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ

ก่อนตัดสินใจจ่ายส่วนต่างนี้ ควรแน่ใจก่อนว่าธุรกิจโตเกินโปรแกรมบัญชีจริงแล้ว สัญญาณที่ชัดที่สุดคือฝ่ายบัญชีต้องคีย์ข้อมูลซ้ำระหว่างหลายระบบทุกวัน และผู้บริหารต้องรอรวมไฟล์หลายชุดกว่าจะเห็นภาพรวม

คำถามที่ต้องถามผู้ขาย ERP ก่อนเซ็น

  • แตกราคาเป็น man-day ได้ไหม แต่ละเฟสใช้กี่วัน และใครทำ?
  • อัตราต่อวันของแต่ละตำแหน่งในทีมคือเท่าไหร่?
  • ทีมที่เข้ามาทำจริงคือชุดเดียวกับที่เสนอในเอกสารหรือเปล่า?
  • ค่าดูแลรายปีหลังเปิดใช้คิดอย่างไร คิดเป็นสัดส่วนของมูลค่างานหรือตามชั่วโมงจริง?
  • ค่าย้ายข้อมูลจากระบบเดิมรวมอยู่ในราคานี้แล้วหรือคิดแยก?
  • change request หลังเปิดใช้คิดอัตราเท่าไหร่ต่อวัน?
  • ถ้างานเลยกำหนด ใครรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เกิน?
  • ข้อมูลของเราอยู่ที่ไหน และถ้าเลิกใช้ เอาข้อมูลออกมาในรูปแบบไหนได้บ้าง?

คำถามที่พบบ่อย

ระบบ ERP ราคาคิดยังไง

ราคา ERP คิดจากจำนวน man-day ที่งานต้องใช้ คูณด้วยอัตราต่อวันของทีมที่ทำ ไม่ใช่ราคาต่อผู้ใช้ต่อเดือนแบบโปรแกรมสำเร็จรูป อัตราต่อวันมีฐานอ้างอิงสาธารณะให้ยึด คือหลักเกณฑ์ราคากลางงาน ICT ของกระทรวงการคลังที่ประมาณ 6,048 บาทต่อวันสำหรับวิศวกรระดับ 7 ปี ส่วนจำนวนวันขึ้นกับขอบเขตงาน โดยงานระดับ SME มักอยู่ในกรอบ 176–396 man-day ตามจำนวนโมดูลและจำนวนสาขา

ทำไมหน้านี้ไม่บอกราคารวมไปเลย

เพราะราคารวมที่ไม่ได้มาจากขอบเขตงานจริงของคุณ จะทำให้เทียบผิดมากกว่าช่วยตัดสินใจถูก ERP สองงานที่ดูเหมือนกันบนกระดาษอาจต่างกันเท่าตัวเพราะจำนวนสาขา ความสะอาดของข้อมูลเดิม หรือระบบที่ต้องเชื่อมต่อ สิ่งที่ให้ได้และตรวจสอบได้จริงคือสองตัวแปรที่ประกอบกันเป็นราคา ได้แก่ อัตราต่อวันตามเกณฑ์ภาครัฐ และกรอบจำนวนวันตามขนาดงาน คูณเองแล้วเอาไปกางกับใบเสนอราคาของใครก็ได้

มี ERP ราคาถูกไหม

มี แต่ต้องรู้ว่าแลกกับอะไร อัตราเรียกเก็บที่ต่ำกว่าราว 5,000 บาทต่อวันอยู่ที่หรือต่ำกว่าต้นทุนเงินเดือนวิศวกรอาวุโสในกรุงเทพฯ แล้ว ราคาที่ต่ำกว่านั้นจึงมาจากทีมที่ประสบการณ์น้อยกว่า จากการทำหลายงานพร้อมกัน หรือจากการตั้งจำนวนวันไว้ต่ำแล้วเก็บเพิ่มเป็น change request วิธีลดงบที่ตรงไปตรงมากว่าคือลดขอบเขตงาน ทำส่วนที่เจ็บที่สุดก่อนแล้วค่อยต่อเฟสถัดไป

มี ERP ฟรีไหม

มี ERP โอเพนซอร์สที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ แต่ค่าใช้จ่ายจริงไม่ได้อยู่ที่ค่า licence ค่าวางระบบ ย้ายข้อมูล ปรับให้ตรงกับงาน และดูแลต่อเนื่องยังอยู่ครบ และมักเป็นก้อนที่ใหญ่กว่าค่า licence ที่ประหยัดไปได้ ERP โอเพนซอร์สคุ้มที่สุดเมื่อธุรกิจมีทีมไอทีของตัวเองที่ดูแลระบบต่อได้

ราคาที่ผู้ขายเสนอมา รวม VAT แล้วหรือยัง

ต้องถามให้ชัดทุกครั้ง เพราะผู้ขายบางเจ้าเสนอราคาก่อน VAT บางเจ้ารวมมาแล้ว ส่วนต่าง 7% ในงานขนาดนี้ไม่ใช่ตัวเลขเล็ก ใบเสนอราคาของเราระบุราคาก่อน VAT แล้วแสดง VAT 7% แยกบรรทัด และถ้าผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคลจะมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากฐานก่อน VAT ตามปกติของงานบริการ

วางระบบ ERP ใช้เวลานานแค่ไหน และจ่ายเป็นงวดได้ไหม

ERP ระดับ SME ที่ครอบคลุมบัญชี คลังสินค้า และงานบุคคล ปกติใช้เวลาราว 4–6 เดือนตั้งแต่สรุปขอบเขตงานจนเปิดใช้จริง เราแบ่งจ่ายตามงวดที่ผูกกับสิ่งที่ส่งมอบได้จริง ไม่ใช่ผูกกับปฏิทิน แต่ละงวดมีของให้ดูและทดลองใช้ก่อนจ่าย ช่วงเปลี่ยนระบบมักให้ระบบเก่ากับระบบใหม่ทำงานคู่กันสักระยะ เพื่อให้ตัดเปลี่ยนได้โดยงานไม่สะดุด