Buyer's Guide

โปรแกรมคลินิก ราคาเท่าไหร่ คิดให้ครบทั้ง 3 ปีก่อนเซ็น

ราคาหน้าเว็บคือค่าเดือนแรก ไม่ใช่ค่าที่คุณจ่ายจริง หน้านี้พาคิดตัวเลขจริงทีละบรรทัด พร้อมตัวอย่างคำนวณของคลินิกขนาดที่พบบ่อยที่สุด

ตอบสั้นๆ ก่อน ราคาอยู่ช่วงไหน

โปรแกรมคลินิกที่ขายในไทยตอนนี้แบ่งตามวิธีคิดเงินได้ 3 แบบ และช่วงราคาต่างกันมาก แบบซื้อขาดติดตั้งในคลินิก จ่ายก้อนเดียวตั้งแต่หลักหมื่นต้นๆ ไปจนถึงหลักแสนสำหรับคลินิกหลายสาขา แล้วมักมีค่าดูแลรายปีตามมาอีกราว 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของราคาที่ซื้อ แบบคลาวด์รายเดือน เริ่มตั้งแต่หลักร้อยปลายๆ สำหรับหมอคนเดียว ไปจนถึงหลักหมื่นต่อเดือนสำหรับเครือหลายสาขา และแบบสั่งทำเฉพาะ เริ่มที่หลักแสนขึ้นไป

ตัวเลขพวกนี้ใช้ตั้งต้นได้ แต่ใช้ตัดสินใจไม่ได้ เพราะสองเจ้าที่บอกราคา ฿2,500 ต่อเดือนเท่ากัน อาจจบที่ค่าใช้จ่ายจริงต่างกันเกินเท่าตัวเมื่อครบสามปี ความต่างไม่ได้อยู่ที่ค่ารายเดือน แต่อยู่ที่ค่าที่ไม่ได้เขียนไว้ในหน้าราคา

คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ เดือนละเท่าไหร่ แต่คือ คลินิกขนาดของผม ใช้ไปสามปี รวมทุกอย่างแล้วเท่าไหร่ ขอเป็นตัวเลขเดียว

หกค่าที่มักไม่อยู่ในหน้าราคา

หกรายการนี้คือที่มาของความต่างเกือบทั้งหมด ระหว่างราคาที่คุณเห็นตอนเปรียบเทียบ กับตัวเลขที่ออกจากบัญชีคลินิกจริงๆ ผู้ขายไม่ได้ตั้งใจซ่อน แต่หน้าราคาที่แสดงตัวเลขต่ำสุดย่อมขายง่ายกว่า จึงเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อที่ต้องถามเอง

มีอีกสองข้อที่คนมักลืมถาม ข้อแรกคือราคาขึ้นได้ปีละกี่เปอร์เซ็นต์และแจ้งล่วงหน้ากี่วัน สัญญาที่ไม่เขียนเพดานไว้ แปลว่าผู้ขายขึ้นราคาเมื่อไหร่ก็ได้ ข้อสองคือถ้าจ่ายรายปีล่วงหน้าแล้วเลิกใช้กลางคัน ได้เงินคืนตามสัดส่วนไหม สองข้อนี้ไม่มีผลกับตัวเลขปีแรก แต่มีผลมากกับปีที่สามและสี่

ค่าที่ต้องถามเพิ่มทุกครั้ง
รายการมักเจอเท่าไหร่ถามผู้ขายว่า
ค่าติดตั้งและอบรมทีมงานฟรี ถึงหลักหมื่นรวมอบรมกี่ชั่วโมง อบรมซ้ำได้ไหมถ้าพนักงานลาออก
ค่าย้ายข้อมูลจากระบบเดิมหลักพันถึงหลักหมื่นย้ายอะไรได้บ้าง ประวัติการรักษาย้ายด้วยไหม ใช้เวลากี่วัน
ค่าผู้ใช้เพิ่มต่อคน฿0 ถึงหลักร้อยต่อคนต่อเดือนคิดรายหัวไหม ถ้าเพิ่มพนักงาน 3 คน ราคาขยับเท่าไหร่
ค่าสาขาที่สองเป็นต้นไปตั้งแต่หลักร้อยถึงเท่าตัวเพิ่มในระบบเดิม หรือต้องซื้อชุดใหม่ รายงานรวมทุกสาขาได้ทันทีไหม
ค่าอัปเดตตามกฎหมายใหม่รวมอยู่แล้ว หรือคิดเพิ่มรายครั้งถ้ากรมสรรพากรเปลี่ยนแบบฟอร์ม ใครออกค่าแก้
VAT 7%ราคาส่วนใหญ่ยังไม่รวมราคาที่แจ้งมา รวม VAT แล้วหรือยัง

วิธีคิดค่าใช้จ่ายรวม 3 ปี

ใช้สูตรเดียวกันกับผู้ขายทุกราย แล้วตัวเลขจะเทียบกันได้ทันที สูตรคือ ค่าเริ่มต้นครั้งเดียว บวก ค่ารายเดือนคูณสามสิบหก บวก ค่าผู้ใช้เพิ่มคูณจำนวนคนคูณสามสิบหก บวก ค่าสาขาเพิ่ม แล้วบวก VAT 7% ทับทั้งก้อนตอนท้าย

ค่าเริ่มต้นครั้งเดียวคือค่าติดตั้ง ค่าอบรม และค่าย้ายข้อมูลรวมกัน ถ้าผู้ขายเสนอส่วนลดปีแรก ให้คิดราคาปกติของปีที่สองและสามด้วย ไม่ใช่คูณราคาโปรโมชันสามสิบหกเดือน นี่คือจุดที่การเปรียบเทียบผิดพลาดบ่อยที่สุด

ทำไมต้องสามปี เพราะเป็นช่วงเวลาที่คลินิกส่วนใหญ่อยู่กับระบบหนึ่งก่อนคิดเปลี่ยน สั้นกว่านั้นค่าติดตั้งจะบิดตัวเลขจนแบบซื้อขาดดูแพงเกินจริง ยาวกว่านั้นก็เดายาก เพราะทั้งราคาและตัวคลินิกเปลี่ยนไปแล้ว

เมื่อได้ตัวเลขสามปีของทุกเจ้าแล้ว ให้หารด้วยสามสิบหกกลับเป็นค่าเฉลี่ยต่อเดือน ตัวเลขนี้แหละคือราคาจริงที่ควรเอาไปเทียบกัน ไม่ใช่ราคาที่โฆษณาไว้หน้าแรก

ราคาขึ้นกับอะไรบ้าง

จำนวนสาขาเป็นตัวแปรที่แรงที่สุด ระบบที่ออกแบบมาให้หลายสาขาอยู่ในระบบเดียวกัน จะคิดค่าสาขาเพิ่มเป็นหลักร้อยถึงหลักพัน ส่วนระบบที่ออกแบบมาเพื่อสาขาเดียว การเปิดสาขาที่สองมักเท่ากับซื้อใหม่อีกชุด และคุณจะมีข้อมูลสองก้อนที่ไม่คุยกัน

จำนวนผู้ใช้เป็นตัวแปรที่ประเมินผิดบ่อยที่สุด คลินิกมักนับแค่หมอ แล้วลืมว่าฝ่ายต้อนรับ ผู้ช่วยพยาบาล และคนทำบัญชีก็ต้องมีบัญชีผู้ใช้ ถ้าระบบคิดรายหัว คลินิกที่มีหมอ 3 คนอาจกลายเป็นผู้ใช้ 9 ถึง 12 คน และค่ารายเดือนก็ขยับตามทันที

ฟีเจอร์ที่ดันราคาขึ้นชัดเจนมีไม่กี่ตัว คือระบบคำนวณค่า DF ให้หมอพร้อมหักภาษี ณ ที่จ่าย ระบบคลังยาที่ตัดสต็อกอัตโนมัติ รหัสโรค ICD-10 และการเชื่อมกับระบบภายนอกอย่างระบบบัญชีหรือ LINE ถ้าคลินิกยังไม่ต้องใช้ ก็ไม่ต้องจ่าย แต่ควรถามไว้ก่อนว่าอัปเกรดทีหลังคิดเพิ่มเท่าไหร่

สิ่งที่ไม่ควรมีผลกับราคาคือจำนวนคนไข้ ระบบที่คิดเงินตามจำนวนเวชระเบียน จะลงโทษคุณทุกครั้งที่คลินิกโต ถ้าเจอแบบนี้ให้ถามให้ชัดว่าเพดานอยู่ตรงไหน และเกินแล้วคิดยังไง

งบเท่านี้ ได้อะไร

งบต่ำกว่า ฿1,000 ต่อเดือน เหมาะกับหมอคนเดียว สาขาเดียว ต้องการแค่เวชระเบียน นัดหมาย และออกใบเสร็จ ระดับนี้ไม่ควรคาดหวังระบบคลังยาแบบเต็มหรือการคำนวณค่า DF อัตโนมัติ และถ้าเจอเจ้าที่ให้ทุกอย่างในราคานี้ ให้ถามว่าอะไรคือข้อจำกัดที่ไม่ได้เขียนไว้

งบ ฿2,000 ถึง ฿3,000 ต่อเดือน คือช่วงที่คลินิกส่วนใหญ่ควรอยู่ ระดับนี้ควรได้เวชระเบียนที่แยกตามประเภทคลินิก รหัส ICD-10 ระบบคลังยาที่ตัดสต็อกเอง รายงานรายได้ที่เอาไปทำบัญชีต่อได้ และผู้ใช้ไม่จำกัดจำนวน ถ้ายังต้องจ่ายรายหัวในงบระดับนี้ ให้เทียบเจ้าอื่นเพิ่ม

งบ ฿5,000 ขึ้นไปต่อเดือน คือช่วงของคลินิกหลายสาขาหรือคลินิกที่มีหมอลูกจ้าง สิ่งที่ควรได้เพิ่มคือการรวมรายงานทุกสาขาในหน้าเดียว ระบบคำนวณค่า DF พร้อมหักภาษี ณ ที่จ่ายให้อัตโนมัติ และสิทธิ์การเข้าถึงที่แยกได้ว่าใครเห็นข้อมูลสาขาไหน ถ้าจ่ายระดับนี้แล้วยังต้องคิดค่า DF ในสเปรดชีตทุกเดือน แปลว่าจ่ายแพงเกินสิ่งที่ได้

ราคาของ SyncEdge Clinic แบบเปิดเผย

เราเปิดตัวเลขของตัวเองไว้ให้เอาไปเทียบตรงๆ ราคาต่อเดือนยังไม่รวม VAT — Solo ฿990 สำหรับหมอคนเดียว 1 สาขา, Starter ฿2,490 เพิ่มรหัส ICD-10 กว่า 70,000 รหัสและระบบคลังยา, Pro ฿5,990 รวม 3 สาขา พร้อมระบบคำนวณค่า DF และหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตโนมัติ สาขาที่ 4 เป็นต้นไปคิดเพิ่มสาขาละ ฿990 ต่อเดือน ส่วน Enterprise เสนอราคาตามขอบเขตงาน

ตัวเลขในตารางคิดจากการจ่ายรายปี ซึ่งเท่ากับได้ฟรี 2 เดือน จึงคูณ 30 เดือนแทน 36 แล้วบวก VAT 7% ช่องสุดท้ายของ Pro รวมค่าย้ายข้อมูลครั้งเดียว ฿15,000 ไว้แล้ว ส่วน Solo และ Starter ติดตั้งให้ฟรี จึงไม่มีค่าเริ่มต้นเพิ่ม

เรื่องหกค่าที่ซ่อนอยู่ตามหัวข้อก่อนหน้า คำตอบของเราคือ ทุกแพ็กเกจใช้ผู้ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนคน ไม่คิดรายหัว ไม่ว่าคลินิกจะมีพนักงานกี่คน อัปเดตตามกฎหมายใหม่รวมอยู่ในค่าบริการ ไม่คิดเพิ่มรายครั้ง และแพ็กเกจจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อคุณสั่งเอง ระบบไม่อัปเกรดให้อัตโนมัติแล้วมาเก็บเงินทีหลัง

ทดลองใช้ฟรี 14 วัน ได้ฟีเจอร์ระดับ Starter เต็มชุด ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต

ค่าใช้จ่ายรวม 3 ปี คิดแบบจ่ายรายปี รวม VAT 7% แล้ว
แพ็กเกจราคาต่อเดือนรวม 3 ปี จ่ายรายปีรวม VAT และค่าเริ่มต้น
Solo฿990฿29,700฿31,779
Starter฿2,490฿74,700฿79,929
Pro฿5,990฿179,700฿208,329

เมื่อไหร่ที่ยังไม่ควรจ่าย

คู่มือเรื่องราคาที่จบด้วยการบอกให้ซื้อทุกกรณี ไม่ใช่คู่มือ นี่คือกรณีที่เราจะบอกให้ชะลอไว้ก่อน

ถ้าคลินิกเพิ่งเปิดและยังไม่รู้ว่าขั้นตอนการทำงานของตัวเองจะลงตัวแบบไหน การใช้กระดาษหรือสเปรดชีตต่ออีกสองสามเดือนมักถูกกว่าและเจ็บน้อยกว่าการย้ายระบบสองรอบ ให้ระบบตามหลังขั้นตอนงานที่นิ่งแล้ว ไม่ใช่ให้ระบบมากำหนดขั้นตอนตั้งแต่ยังไม่รู้อะไรเลย

ถ้าปัญหาจริงของคลินิกคือคนไข้น้อย ไม่ใช่งานเอกสารเยอะ โปรแกรมคลินิกแก้ให้ไม่ได้ งบก้อนเดียวกันไปลงกับการทำให้คนหาคลินิกเจอ ให้ผลตรงกว่ามาก

และถ้าคุณกำลังเทียบราคาอยู่แต่ยังไม่ได้ลองใช้เลย อย่าเพิ่งตัดสินใจจากตัวเลข ให้ฝ่ายต้อนรับลองใช้กับงานจริงหนึ่งสัปดาห์ก่อน ระบบที่ถูกกว่าเดือนละพัน แต่ทำให้หน้าเคาน์เตอร์ช้าลงวันละสิบนาที คือระบบที่แพงกว่ามากเมื่อคิดเป็นค่าแรง

เช็กลิสต์ก่อนขอใบเสนอราคา

  • นับผู้ใช้ให้ครบ ทั้งหมอ ฝ่ายต้อนรับ ผู้ช่วย และคนทำบัญชี
  • ขอราคารวม 3 ปีเป็นตัวเลขเดียว รวมค่าติดตั้ง ค่าย้ายข้อมูล ค่าผู้ใช้เพิ่ม และ VAT
  • ถามว่าคิดค่าผู้ใช้รายหัวไหม และเพิ่มพนักงาน 3 คนแล้วราคาขยับเท่าไหร่
  • ถามค่าสาขาที่สอง แม้ตอนนี้ยังไม่มีแผนเปิด
  • ขอเพดานการขึ้นราคาต่อปี และระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า ให้เขียนไว้ในสัญญา
  • ถามว่าจ่ายรายปีแล้วเลิกกลางคัน คืนเงินตามสัดส่วนไหม
  • ถ้ามีหมอลูกจ้าง ให้ทดสอบการคำนวณค่า DF ด้วยตัวเลขจริงของเดือนที่แล้ว
  • ขอเงื่อนไขการส่งออกข้อมูลตอนเลิกใช้ ต้องไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
  • ลองใช้จริงหนึ่งสัปดาห์ก่อนเซ็น ไม่ใช่ดูแค่เดโม

คำถามที่พบบ่อย

โปรแกรมคลินิกราคาเท่าไหร่?

ในไทยมีตั้งแต่แบบซื้อขาดจ่ายครั้งเดียวหลักหมื่นต้นๆ ไปจนถึงคลาวด์รายเดือนตั้งแต่หลักร้อยปลายๆ ถึงหลักหมื่น ขึ้นกับจำนวนสาขาและฟีเจอร์ ตัวเลขที่ควรใช้เทียบคือค่าใช้จ่ายรวม 3 ปีรวม VAT ไม่ใช่ราคาเดือนแรก ของ SyncEdge Clinic เริ่มที่ ฿990 ต่อเดือนสำหรับ Solo และ ฿5,990 ต่อเดือนสำหรับ Pro ที่รวม 3 สาขา ยังไม่รวม VAT 7%

ทำไมราคาที่โฆษณากับราคาที่จ่ายจริงถึงต่างกัน?

เพราะหน้าราคาแสดงเฉพาะค่ารายเดือนของแพ็กเกจเริ่มต้น ส่วนค่าติดตั้ง ค่าอบรม ค่าย้ายข้อมูล ค่าผู้ใช้เพิ่มรายหัว ค่าสาขาที่สอง และ VAT 7% มักอยู่นอกตัวเลขนั้น รวมกันแล้วทำให้ค่าใช้จ่ายจริงต่างจากที่เห็นได้มาก วิธีกันคือขอราคารวม 3 ปีเป็นตัวเลขเดียวจากผู้ขายทุกราย

จ่ายรายเดือนหรือรายปีคุ้มกว่า?

รายปีมักถูกกว่าเพราะผู้ขายส่วนใหญ่ให้ส่วนลด ของเราเท่ากับได้ฟรี 2 เดือน แต่ก่อนจ่ายรายปีควรถามให้ชัดว่าถ้าเลิกใช้กลางปีได้เงินคืนตามสัดส่วนไหม ถ้าคลินิกยังไม่แน่ใจว่าระบบเข้ากับขั้นตอนงานหรือเปล่า จ่ายรายเดือนไปก่อนสัก 3 เดือนแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นรายปี เป็นทางที่เสี่ยงน้อยกว่า

คลินิกเล็กสาขาเดียว ควรตั้งงบเท่าไหร่?

หมอคนเดียวที่ต้องการเวชระเบียน นัดหมาย และใบเสร็จ ตั้งงบราวหลักพันต้นๆ ต่อเดือนก็เพียงพอ แต่ให้เผื่อค่าย้ายข้อมูลครั้งแรกไว้ด้วยถ้ามีข้อมูลเก่า และควรถามราคาของแพ็กเกจถัดไปตั้งแต่วันแรก เพราะถ้าคลินิกโตขึ้นในปีที่สอง คุณจะได้รู้ล่วงหน้าว่าค่าใช้จ่ายจะขยับไปเท่าไหร่

ค่าย้ายข้อมูลจากระบบเดิม แพงไหม?

ขึ้นกับว่าระบบเดิมส่งข้อมูลออกมาได้ดีแค่ไหน ถ้าส่งออกเป็นไฟล์มาตรฐานได้ ค่าย้ายมักอยู่ในหลักพันถึงหลักหมื่น แต่ถ้าระบบเดิมไม่ยอมส่งข้อมูลออกหรือคิดค่าส่งออกแพง ค่าใช้จ่ายจะบานได้ ของ SyncEdge Clinic แพ็กเกจ Solo และ Starter ติดตั้งและย้ายข้อมูลให้ฟรี ส่วน Pro คิดครั้งเดียว ฿15,000

มีโปรแกรมคลินิกฟรีไหม?

มีทั้งแบบฟรีจริงและแบบทดลองใช้ ก่อนใช้ของฟรีกับข้อมูลคนไข้จริง ควรถามสองข้อคือข้อมูลเก็บไว้ที่ประเทศไหนและใครเข้าถึงได้บ้าง กับถ้าอยากย้ายออกวันหนึ่ง เอาข้อมูลออกมาในรูปแบบไหน เพราะความรับผิดชอบตาม PDPA อยู่ที่คลินิกเสมอ ไม่ได้อยู่ที่ผู้ให้บริการ ของเราไม่มีแพ็กเกจฟรี มีแต่ทดลอง 14 วันโดยไม่ต้องใส่บัตรเครดิต