จุดฝังเข็มอยู่ในรูปวาดที่คนอื่นอ่านไม่ออก
หมอจุดตำแหน่งลงรูปคนในแฟ้มแล้วจดสั้นๆ ไว้ข้างๆ พอคนไข้มาพบหมออีกคน หรือหมอเปิดแฟ้มย้อนหลังสามเดือน ก็ต้องเดาเอาว่าจุดนั้นคือจุดไหน
คลินิกแพทย์แผนจีน · TCM
ซักประวัติ ตรวจลิ้น จับชีพจร บันทึกจุดฝังเข็ม จ่ายยาจากตำรับ ตัดสต๊อกสมุนไพร และหักคอร์ส จบในการตรวจครั้งเดียว พอเปิดสาขาเพิ่ม ทุกสาขาก็ใช้ประวัติคนไข้ชุดเดียวกันในบัญชีเดิม
คำตอบสั้นๆ
โปรแกรมคลินิกแพทย์แผนจีนที่ใช้งานได้จริงต้องบันทึกการตรวจแบบแผนจีนได้ครบในหน้าจอเดียว ทั้งลิ้น ชีพจร การวินิจฉัย จุดฝังเข็ม และตำรับยา แล้วส่งต่อไปตัดสต๊อกสมุนไพรเป็นกรัม หักคอร์ส และคิดค่ามือหมอได้โดยไม่ต้องจดซ้ำ SyncEdge Clinic ทำได้ทั้งหมดนี้ เริ่มต้น ฿990 ต่อเดือนรวม VAT (ค่ามือหมอมีทุกแพ็กเกจ หัก ณ ที่จ่ายและขั้นบันไดเริ่มที่ Starter ฿2,490) และทดลองใช้ฟรี 2 เดือน
หมอจุดตำแหน่งลงรูปคนในแฟ้มแล้วจดสั้นๆ ไว้ข้างๆ พอคนไข้มาพบหมออีกคน หรือหมอเปิดแฟ้มย้อนหลังสามเดือน ก็ต้องเดาเอาว่าจุดนั้นคือจุดไหน
ยาหนึ่งตำรับใช้สมุนไพรเป็นสิบตัว แต่ละตัวคิดเป็นกรัมต่อห่อ คลินิกที่จดสต๊อกด้วยสมุดหรือสเปรดชีตมักรู้ว่าตัวไหนหมดตอนกำลังจะจ่ายยา หรือตอนที่สั่งซื้อไม่ทันแล้ว
คนไข้แผนจีนมักซื้อคอร์สฝังเข็มหรือนวดต่อเนื่องหลายครั้ง และพนักงานจำจำนวนครั้งที่เหลือไว้ในหัว สลับกะครั้งเดียวหรือคนไข้ลืมนัดครั้งเดียว ตัวเลขก็ไม่ตรงกันแล้ว
สถานพยาบาลต้องเก็บเอกสารการรักษาไว้ในสภาพตรวจสอบได้อย่างน้อย 5 ปี แฟ้มกระดาษที่เรียงตามวันจึงกินที่ หาไม่เจอ และพอหลุดออกไปนอกคลินิกก็เสี่ยงผิด PDPA ด้วย
หน้าเคาน์เตอร์ลงทะเบียนคนไข้และออกคิว พร้อมจดอาการสำคัญสั้นๆ ตั้งแต่ตอนรับเข้าตรวจ หมอเปิดหน้าจอตรวจก็รู้ทันทีว่าวันนี้คนไข้มาด้วยเรื่องอะไร โดยไม่ต้องถามซ้ำ ส่วนนัดครั้งต่อไป พนักงานลงนัดจากหน้าข้อมูลคนไข้ได้เลย
หน้าจอแพทย์แผนจีนแบ่งเป็นแท็บซักประวัติ 10 ข้อ (十问) ตรวจลิ้นแยกสี รูป และฝ้า ชีพจรรวมกับชีพจรหกตำแหน่งของข้อมือซ้ายและขวา แยกแยะภาวะตามหลักแปดประการ (八纲) กลุ่มอาการ และประเภทร่างกาย 9 แบบ (九型体质) แล้วจึงกำหนดหลักการรักษา (治法) ทุกช่องบันทึกเองระหว่างพิมพ์ และลงรหัส ICD-10 ในการตรวจเดียวกันได้เมื่อต้องใช้ในเอกสาร
แตะเลือกจุดบนผังเส้นลมปราณ ระบบเก็บชื่อจุดพร้อมรหัสมาตรฐาน WHO เช่น LI4 และ ST36 ไว้กับการตรวจครั้งนั้น ผังวาดมี 17 แบบ ทั้งเส้นลมปราณด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง ศีรษะ ใบหน้า หู มือ เท้า และลิ้น ประทับสัญลักษณ์ 针 灸 罐 刮 แทนการฝังเข็ม รมยา ครอบแก้ว และกวาซาได้ จุดทั้งหมดขึ้นในใบสรุปการตรวจที่พิมพ์ออกมา และผังจะล็อกเมื่อปิดการตรวจ
จัดตำรับเป็นกรัมต่อห่อ เลือกรูปแบบยาต้ม ยาผง ชงดื่ม หรือผงสกัด กำหนดจำนวนห่อ ห่อต่อวัน เวลาต้ม และวิธีเตรียมอย่าง 先煎 后下 ตำรับที่ใช้บ่อยบันทึกเป็นแม่แบบส่วนตัวหรือของทั้งคลินิกได้ หรือดึงตำรับครั้งก่อนของคนไข้มาปรับต่อ ระบบเตือนคู่สมุนไพรที่ห้ามใช้ร่วมกันตามหลัก 十八反 และเทียบกับประวัติแพ้ยาของคนไข้ แล้วพิมพ์ใบสั่งยาและฉลากยาขนาด A5 ได้จากหน้าจอเดียวกัน
รายการสมุนไพรเก็บชื่อจีน พินอิน ชื่อไทย ราคาและต้นทุนต่อกรัม และนำเข้าจากไฟล์ CSV ได้ ตอนรับของเข้าบันทึกเลขล็อตและวันหมดอายุ พอหมอปิดการตรวจ ระบบตัดสต๊อกเป็นกรัมตามตำรับคูณจำนวนห่อให้เอง และหยิบล็อตที่หมดอายุก่อนออกก่อน ถ้าของในระบบไม่พอ รายการนั้นจะค้างไว้ให้ตามแก้ งานหน้าเคาน์เตอร์ไม่ต้องหยุดรอ
ตั้งคอร์ส เช่น ฝังเข็ม 10 ครั้ง พร้อมอายุคอร์สเป็นวัน หน้าข้อมูลคนไข้แสดงจำนวนครั้งที่เหลือ กดหักทีละครั้งได้ และระบบไม่ให้ใช้คอร์สที่หมดอายุแล้ว คอร์สใช้ได้ทุกสาขาในบัญชีเดียวกัน ตั้งให้คนไข้รายอื่น เช่น คนในครอบครัว ใช้ร่วมได้ และมีรายงานคอร์สคงค้างกับคอร์สใกล้หมดอายุให้ดู
ตั้งกติกาค่ามือเป็นเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนคงที่ แยกตามหมอ ตามบริการ หรือตามครั้งที่ใช้คอร์ส และหมอแต่ละคนเปิดดูยอดของตัวเองได้ ทุกแพ็กเกจ ตั้งแต่ Starter เพิ่มขั้นบันได ภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามอัตราของแต่ละคน และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกรอบที่จ่าย
ถ้าเลขใบอนุญาตของหมอขึ้นต้นด้วย พจ. ใบรับรองจะออกเป็น "ใบรับรองแพทย์แผนจีน" และระบุเลขที่ใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน ระบบไม่ออกใบให้ถ้ายังไม่ได้ใส่เลขใบอนุญาต เลขที่เอกสารรันต่อกันแยกตามสาขาและเดือนโดยไม่ซ้ำ และยกเลิกใบได้เมื่อระบุเหตุผล
ใบยินยอมแยกตามวัตถุประสงค์ รวมถึงการรักษาแผนจีนและการถ่ายภาพ แต่ละฉบับเก็บข้อความตามเวอร์ชันที่คนไข้ลงนาม และบันทึกไว้เมื่อคนไข้ถอนความยินยอม ทุกการแก้ไขข้อมูลอยู่ใน Audit Log ส่วนการเปิดดูข้อมูลอ่อนไหว เช่น เลขบัตรประชาชน ก็มีบันทึกเช่นกัน มีตั้งแต่แพ็กเกจ Solo
คลินิกแพทย์แผนจีนอยู่ใต้กฎหมายสองฉบับ ฉบับแรกดูแลตัวผู้รักษา ฉบับที่สองดูแลสถานที่ ก่อนรับคนไข้รายแรกจึงต้องมีใบอนุญาตอย่างน้อย 3 ใบ คือใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะของแพทย์แผนจีนแต่ละคน กับใบอนุญาตอีก 2 ใบของตัวคลินิก
การแพทย์แผนจีนเป็นสาขาหนึ่งของการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 ตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาปี 2552 ผู้ที่จะขึ้นทะเบียนต้องจบปริญญาหรือเทียบเท่าสาขาการแพทย์แผนจีนจากสถาบันที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนจีนรับรอง และสอบผ่านความรู้ตามที่คณะกรรมการกำหนด ผู้ที่จบจากต่างประเทศและไม่ได้ถือสัญชาติไทยต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะสาขานี้จากประเทศที่จบมาด้วย ปัจจุบันยื่นคำขอผ่าน Biz Portal และใบอนุญาตลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์โดยผู้อำนวยการกองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) ร่วมกับประธานคณะกรรมการวิชาชีพ
ตัวคลินิกอยู่ใต้พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 เจ้าของต้องมีใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลตามมาตรา 16 และผู้ที่คุมคลินิกต้องมีใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลตามมาตรา 24 มาตรา 25 กำหนดให้ผู้ดำเนินการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามประเภทที่กฎกระทรวงกำหนด ดูแลคลินิกได้อย่างใกล้ชิด และเป็นผู้ดำเนินการได้ไม่เกินสองแห่ง ข้อหลังนี้สำคัญกับคลินิกที่วางแผนเปิดหลายสาขา เพราะถ้าจะเปิดสาขาที่สาม ต้องมีผู้ดำเนินการอีกคน
| ใบอนุญาต | ออกให้ใคร | กฎหมาย | ยื่นที่ไหน |
|---|---|---|---|
| ผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน | แพทย์แผนจีนแต่ละคน | พ.ร.บ.การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 และพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2552 | ยื่นผ่าน Biz Portal กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรม สบส. เป็นผู้ออก |
| ประกอบกิจการสถานพยาบาล (ส.พ.7) | เจ้าของคลินิก จะเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลก็ได้ | พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 16 | กรุงเทพฯ ยื่นที่กรม สบส. ต่างจังหวัดยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด |
| ดำเนินการสถานพยาบาล (ส.พ.19) | ผู้ประกอบวิชาชีพที่คุมคลินิก | พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 24 และ 25 | ยื่นในกระบวนการเดียวกับใบ ส.พ.7 และออกพร้อมกัน |
ใบอนุญาตของคลินิกไม่ได้ออกในวันเดียว คู่มือปฏิบัติงานของกรม สบส. วางขั้นตอนไว้ตั้งแต่อนุมัติแผนจัดตั้ง ตรวจสถานที่ ผ่านคณะอนุกรรมการและคณะกรรมการสถานพยาบาล จนลงนามในใบอนุญาต รวม 67 วันทำการนับจากวันที่เอกสารครบ เผื่อเวลาส่วนนี้ไว้ในแผนเปิดคลินิกด้วย
ส่วนเวชระเบียน กรม สบส. ย้ำเมื่อ 14 พฤษภาคม 2567 ว่ากฎกระทรวงว่าด้วยการจัดให้มีและรายงานหลักฐานเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลและผู้ป่วยฯ พ.ศ. 2545 กำหนดให้เก็บเอกสารของผู้ป่วยและเอกสารการรักษาไว้ในสภาพที่ตรวจสอบได้ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันที่จัดทำ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้าเก็บไว้แล้วปล่อยให้ข้อมูลหลุดออกไป ก็อาจผิดพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้อีกฉบับ
ตอนเลือกโปรแกรม ข้อนี้แปลว่าประวัติการรักษาทุกครั้งต้องค้นย้อนหลังได้อย่างน้อย 5 ปี และการแก้ไขต้องตรวจสอบได้ว่าใครแก้ เมื่อไหร่ SyncEdge Clinic บันทึกทุกการแก้ไขไว้ใน Audit Log และบันทึกการเปิดดูข้อมูลอ่อนไหว เช่น เลขบัตรประชาชนและรูปถ่าย
หัวข้อนี้สรุปเฉพาะส่วนที่มีเอกสารทางการรองรับ ก่อนยื่นจริงให้ตรวจรายละเอียดล่าสุดกับกรม สบส. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอีกครั้ง
เอกสารทางการที่ใช้อ้างอิง
OPD card หรือเวชระเบียนผู้ป่วยนอกของคลินิกแผนจีนต้องตอบได้สองคำถาม ครั้งนี้หมอเห็นอะไร และรักษาอะไรไป ถ้าหมอคนต่อไปเปิดแฟ้มแล้วตอบสองข้อนี้ไม่ได้ แฟ้มนั้นก็ช่วยการรักษาครั้งถัดไปไม่ได้ ตารางนี้คือหัวข้อที่เราแนะนำ พร้อมบอกว่าแต่ละหัวข้ออยู่ตรงไหนใน SyncEdge Clinic
| หัวข้อ | ควรบันทึกอะไร | ใน SyncEdge Clinic |
|---|---|---|
| ข้อมูลคนไข้ | ชื่อ เลขประจำตัวคนไข้ (HN) อายุ และประวัติแพ้ยาหรือแพ้สมุนไพร | ใช้ HN ชุดเดียวทั้งบริษัท ประวัติแพ้ยาเก็บแบบเข้ารหัส และใช้เทียบตอนจ่ายยา |
| อาการสำคัญ | อาการที่พามา เป็นมานานแค่ไหน และอะไรทำให้ดีขึ้นหรือแย่ลง | จดตั้งแต่ตอนรับเข้าตรวจ แล้วขึ้นในหน้าจอหมอ |
| ซักประวัติ 十问 | หนาวร้อน เหงื่อ การกิน การนอน การขับถ่าย และหัวข้ออื่นตามหลักซักถาม 10 ข้อ | แท็บซักประวัติ 10 ข้อในหน้าจอแพทย์แผนจีน |
| ตรวจลิ้น 舌诊 | สีลิ้น รูปลิ้น และฝ้าลิ้น | ช่องสี รูป และฝ้าลิ้น พร้อมผังลิ้นให้วาด |
| ชีพจร 脉诊 | ลักษณะชีพจรโดยรวม และแยกตำแหน่ง 寸 关 尺 ทั้งสองข้าง | ชีพจรรวมและชีพจรหกตำแหน่ง |
| การวินิจฉัย | ภาวะตามหลักแปดประการ กลุ่มอาการ (证) และรหัส ICD-10 ถ้าต้องใช้ในเอกสาร | แยกแยะภาวะในหน้าจอแผนจีน และลง ICD-10 ได้ในการตรวจเดียวกัน |
| หลักการรักษา 治法 | หลักการและวิธีรักษาที่เลือก | ช่องหลักการรักษาในขั้นสั่งการรักษา |
| ฝังเข็มและหัตถการ | จุดที่ใช้ ข้างที่ฝัง และหัตถการอื่น เช่น รมยา ครอบแก้ว | เลือกจุดบนผังพร้อมรหัส WHO และประทับสัญลักษณ์หัตถการลงบนผัง |
| ยาสมุนไพร | ชื่อตำรับ สมุนไพรแต่ละตัวเป็นกรัม รูปแบบยา จำนวนห่อ และวิธีต้มหรือวิธีกิน | ตำรับเป็นกรัมต่อห่อ พิมพ์ใบสั่งยาและฉลากยาจากหน้าจอเดียวกัน |
| สัญญาณชีพ | ความดัน ชีพจร อุณหภูมิ น้ำหนัก และระดับความปวด | ช่องสัญญาณชีพ รวมระดับความปวด 0 ถึง 10 |
| ผู้รักษาและความยินยอม | ชื่อแพทย์ เลขใบอนุญาต และความยินยอมของคนไข้ | การตรวจผูกกับแพทย์ผู้รักษา เลขใบอนุญาตอยู่ในโปรไฟล์แพทย์ และใบยินยอมเก็บตามเวอร์ชัน |
รายการนี้เป็นแนวปฏิบัติที่เราแนะนำจากงานของคลินิกแผนจีน ไม่ใช่รายการหัวข้อที่กฎหมายกำหนดทีละข้อ สิ่งที่กฎหมายกำหนดชัดคือต้องเก็บอย่างน้อย 5 ปีตามหัวข้อก่อนหน้า ถ้ายังใช้กระดาษอยู่ ทำ OPD card ตามหัวข้อนี้ได้เลย วันที่ย้ายเข้าระบบ ข้อมูลก็ลงช่องได้ตรงกว่า
ถ้าคลินิกของคุณยังใช้แฟ้มกระดาษกับ Excel อยู่ ก็ไม่ใช่เรื่องผิด ตารางนี้เทียบสามทางเลือกตามงานจริงของคลินิกแผนจีน ช่องโปรแกรมคลินิกทั่วไปหมายถึงโปรแกรมที่ไม่มีหน้าจอแผนจีน ไม่ได้หมายถึงยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง
| งาน | Excel หรือกระดาษ | โปรแกรมคลินิกทั่วไป | SyncEdge Clinic |
|---|---|---|---|
| จุดฝังเข็ม | จุดลงรูปในแฟ้ม หรือจดชื่อจุดเป็นข้อความ | ไม่มีผังเส้นลมปราณ ต้องจดเป็นข้อความหรือแนบรูป | แตะจุดบนผัง เก็บพร้อมรหัส WHO ในแต่ละการตรวจ |
| ลิ้น ชีพจร และการวินิจฉัยแผนจีน | เขียนตามแบบฟอร์มที่คลินิกทำเอง | ใช้ช่องบันทึกข้อความรวมช่องเดียว | มีช่องลิ้น ชีพจรหกตำแหน่ง หลักแปดประการ และกลุ่มอาการ |
| ตำรับยาสมุนไพร | เขียนใบสั่งยาด้วยมือ คิดราคาเอง | คิดยาเป็นเม็ดหรือขวด ไม่มีกรัมต่อห่อ | กรัมต่อห่อ แม่แบบตำรับ ดึงตำรับครั้งก่อน และเตือน 十八反 |
| สต๊อกสมุนไพร | นับมือ รู้ว่าขาดตอนจะจ่ายยา | ขึ้นกับว่าตั้งหน่วยเป็นกรัมได้หรือไม่ | ตัดเป็นกรัมตอนปิดการตรวจ เก็บล็อตและวันหมดอายุ ตัดจากล็อตที่หมดอายุก่อน |
| คอร์สฝังเข็ม | จดในสมุดหรือบัตรสะสมครั้ง | หลายโปรแกรมมีระบบคอร์ส ควรถามว่าใช้ข้ามสาขาได้ไหม | หักครั้งจากหน้าคนไข้ มีวันหมดอายุ ใช้ได้ทุกสาขา |
| ค่ามือหมอ | รวมยอดเองใน Excel ตอนสิ้นเดือน | ขึ้นกับโปรแกรม ควรถามว่าหัก ณ ที่จ่ายให้ไหม | คิดตามกติกาทุกแพ็กเกจ หัก ณ ที่จ่ายและออกหนังสือรับรองตั้งแต่ Starter |
| ประวัติย้อนหลัง 5 ปี | แฟ้มเสื่อม หาย หรือปนกัน ค้นยาก | ค้นได้ แต่ควรถามว่ามี Audit Log ไหม | ค้นจากแฟ้มคนไข้ ทุกการแก้ไขอยู่ใน Audit Log |
| ค่าใช้จ่าย | ไม่มีค่าโปรแกรม แต่ใช้เวลาพนักงาน | หลายเจ้าขายเป็นรายปี บางเจ้าแสดงราคาก่อน VAT | ฿990 / ฿2,490 / ฿5,990 ต่อเดือน รวม VAT ทดลองฟรี 2 เดือน |
Excel ยังพอถ้าคลินิกมีหมอคนเดียว คนไข้วันละไม่กี่ราย และจ่ายยาสำเร็จรูปไม่กี่ตัว สัญญาณว่าถึงเวลาเปลี่ยนคือเริ่มขายคอร์ส เริ่มมีหมอที่ต้องจ่ายค่ามือ หรือสมุนไพรหมดกลางคันบ่อยขึ้น
ถ้าตัดสินใจย้าย ศูนย์นำเข้าข้อมูลรับไฟล์ CSV หรือ Excel ของรายชื่อคนไข้ ผู้จัดจำหน่าย สต๊อกยกมา และคอร์สคงเหลือ ระบบตรวจไฟล์ให้ก่อนนำเข้าจริง ครั้งละไม่เกิน 500 แถว ส่วนรายการสมุนไพรนำเข้าจาก CSV ได้ที่หน้ารายการสมุนไพร
Solo ฿990 (มีค่ามือหมอพื้นฐาน) · Starter ฿2,490 (ค่ามือขั้นสูงพร้อมหัก ณ ที่จ่าย) · Pro ฿5,990 (3 สาขา สาขาเพิ่มเดือนละ ฿990 หรือปีละ ฿9,900) ส่วน Enterprise เสนอราคาตามขอบเขตงาน ผู้ใช้รวมมาให้ตามแพ็กเกจ Solo 8 คน, Starter 20 คน, Pro 20 คนต่อสาขา ไม่คิดค่าผู้ใช้รายหัว สมัครเองได้ ทดลองฟรี 2 เดือน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
ดูราคาและแพ็กเกจเริ่มต้น ฿990 ต่อเดือนรวม VAT ที่แพ็กเกจ Solo ซึ่งมีหน้าจอแพทย์แผนจีน ผังจุดฝังเข็ม และการจ่ายยาสมุนไพรครบ ค่ามือหมอแบบเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนคงที่ก็มีใน Solo ถ้าต้องหัก ณ ที่จ่ายและอนุมัติรอบจ่ายค่ามือใช้ Starter ฿2,490 ถ้ามีหลายสาขาใช้ Pro ฿5,990 ส่วน Enterprise เสนอราคาตามขอบเขตงาน ทุกแพ็กเกจทดลองใช้ฟรี 2 เดือน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
ครบ เลือกประเภทคลินิกแพทย์แผนจีนได้ตอนสมัครทุกแพ็กเกจ และได้หน้าจอแพทย์แผนจีน ผังวาด การจ่ายยาสมุนไพร สต๊อก คอร์ส ใบรับรองแพทย์ และค่ามือหมอพื้นฐานตั้งแต่ Solo สิ่งที่แพ็กเกจสูงขึ้นเพิ่มให้คือค่ามือขั้นสูงพร้อมหัก ณ ที่จ่าย (Starter) กับการเปิดหลายสาขาและโอนสต๊อกระหว่างสาขา (Pro)
แตะเลือกจุดบนผังเส้นลมปราณในหน้าจอตรวจ ระบบเก็บชื่อจุดพร้อมรหัสมาตรฐาน WHO เช่น LI4 และ ST36 ไว้กับการตรวจครั้งนั้น มีผังวาด 17 แบบ ตั้งแต่เส้นลมปราณ หู มือ เท้า จนถึงลิ้น ประทับสัญลักษณ์ฝังเข็ม รมยา ครอบแก้ว และกวาซาลงบนผังได้ และจุดทั้งหมดขึ้นในใบสรุปการตรวจที่พิมพ์ออกมา
ได้ ล็อตและวันหมดอายุบันทึกตั้งแต่ตอนรับสมุนไพรเข้า พอหมอปิดการตรวจ ระบบตัดสต๊อกเป็นกรัมตามตำรับคูณจำนวนห่อ และหยิบล็อตที่หมดอายุก่อนออกก่อน มีตั้งแต่แพ็กเกจ Solo
ได้ ตั้งคอร์สพร้อมจำนวนครั้งและอายุคอร์ส หน้าข้อมูลคนไข้แสดงจำนวนครั้งที่เหลือ หักได้ทีละครั้ง และระบบไม่ให้ใช้คอร์สที่หมดอายุ คอร์สใช้ได้ทุกสาขาในบัญชีเดียวกัน มีตั้งแต่แพ็กเกจ Solo
อย่างน้อย 5 ปีนับแต่วันที่จัดทำ ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดให้มีและรายงานหลักฐานเกี่ยวกับผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลและผู้ป่วยฯ พ.ศ. 2545 ซึ่งกรมสนับสนุนบริการสุขภาพย้ำไว้เมื่อพฤษภาคม 2567 ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อย่างน้อย 3 ใบ คือใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีนของแพทย์แต่ละคน ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลของเจ้าของ และใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลของผู้ประกอบวิชาชีพที่คุมคลินิก สองใบหลังออกตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ในกรุงเทพฯ ยื่นที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ต่างจังหวัดยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด