Buyer's Guide

วิธีเลือกโปรแกรมคลินิก ให้เหมาะกับคลินิกของคุณ

สำหรับเจ้าของคลินิกที่กำลังเลือกโปรแกรมบริหารคลินิก ไม่ว่าจะเปิดใหม่หรือเปลี่ยนจากระบบเดิม: เรื่องไหนต้องดูก่อน ควรถามผู้ขายว่าอะไร และสัญญาณแบบไหนที่ควรระวัง

คำตอบสั้นๆ

เลือกโปรแกรมคลินิกจาก 4 เรื่องก่อน คือ PDPA ที่ผู้ขายอธิบายได้เป็นข้อๆ เพิ่มสาขาได้โดยไม่ต้องรื้อระบบ คำนวณค่า DF ตามกฎที่คลินิกตั้งเอง และราคาที่รู้ยอดรวมจริงก่อนเซ็น หน้าตาโปรแกรมและฟีเจอร์เฉพาะทางปรับทีหลังได้ แต่ถ้าขาด 4 เรื่องนี้ตั้งแต่แรก คลินิกมักต้องเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งชุดเมื่อคลินิกโตขึ้น

ประเด็นสำคัญ

  • ถามผู้ขายเรื่อง Audit Log ประวัติความยินยอม การเข้ารหัส และสิทธิ์ตามหน้าที่ ถ้าตอบแค่ "รองรับ PDPA" ให้ระวัง
  • ถ้าข้อมูลคนไข้รั่ว คลินิกที่เป็นเจ้าของข้อมูลต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ผู้ขายซอฟต์แวร์
  • ถามตรงๆ ว่าเปิดสาขาที่ 3 ที่ 4 ต้องเสียค่าติดตั้งใหม่หรือย้ายข้อมูลใหม่หรือไม่
  • ค่า DF ควรคำนวณอัตโนมัติพร้อมหัก ณ ที่จ่าย ไม่ใช่ดึงตัวเลขไปทำสเปรดชีตทุกสิ้นเดือน
  • ขอใบเสนอราคาที่แจกแจงทุกรายการ: ค่าต่อผู้ใช้ ค่าติดตั้ง ค่าย้ายข้อมูล และค่าปรับเมื่อยกเลิก

เลือกโปรแกรมคลินิกยังไงให้เหมาะกับคลินิกคุณ

ดู 4 เรื่องนี้ก่อน: PDPA ที่ทำได้จริงมากกว่าคำโฆษณา รองรับสาขาที่สองที่สามโดยไม่ต้องรื้อระบบ คำนวณค่า DF ตรงกับวิธีจ่ายค่ามือแพทย์ของคลินิกไทย และราคาที่คาดเดาได้ทุกเดือน

โปรแกรมที่ตอบ 4 ข้อนี้ได้ชัด ค่อยเทียบเรื่องรอง เช่น หน้าตาการใช้งาน ความเร็วของทีมซัพพอร์ต หรือฟีเจอร์เฉพาะทาง เรื่องรองปรับปรุงทีหลังได้ แต่ถ้าโครงสร้างหลักไม่รองรับตั้งแต่แรก มักต้องเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมดในภายหลัง

คัดโปรแกรมคลินิกตามลำดับนี้
  1. PDPAผู้ขายอธิบายได้เป็นข้อๆ ว่าเก็บความยินยอม บันทึกการเข้าถึง และเข้ารหัสยังไง
  2. หลายสาขาเปิดสาขาใหม่แล้วข้อมูลยังอยู่ระบบเดียว ดูรายงานรวมได้
  3. ค่า DFคำนวณตามกฎที่คลินิกตั้งเอง พร้อมหัก ณ ที่จ่าย
  4. ราคารู้ยอดรวมจริงจากใบเสนอราคาที่แจกแจงทุกรายการ
  5. เรื่องรองหน้าตา ความเร็วซัพพอร์ต ฟีเจอร์เฉพาะทาง ค่อยเทียบเมื่อผ่าน 4 ข้อแรก

ทำไมต้องเช็ก PDPA ก่อนเรื่องอื่น

เพราะข้อมูลสุขภาพของคนไข้เป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม PDPA และถ้าข้อมูลหลุด ความรับผิดตกอยู่กับคลินิกที่เป็นเจ้าของข้อมูล ไม่ใช่ผู้ขายซอฟต์แวร์

ให้ผู้ขายตอบทีละข้อตามฝั่งขวาด้านล่าง ถ้าตอบได้แค่ว่า "รองรับ PDPA" ลอยๆ โดยอธิบายรายละเอียดไม่ได้ ควรระวังไว้ก่อน

คำตอบของผู้ขายเรื่อง PDPA

คำตอบที่ควรระวัง

  • "รองรับ PDPA" แต่อธิบายต่อไม่ได้
  • ให้กดยอมรับครั้งเดียวตอนสมัคร
  • ไม่มีบันทึกว่าใครเปิดดูแฟ้มคนไข้
  • ทุกตำแหน่งเห็นข้อมูลเท่ากัน

คำตอบที่ตรวจสอบได้

  • เก็บประวัติความยินยอมทุกเวอร์ชัน
  • Audit Log บอกได้ว่าใครดูหรือแก้อะไร เมื่อไหร่
  • เข้ารหัสทั้งตอนจัดเก็บและตอนส่ง
  • แยกสิทธิ์หมอ พยาบาล และฝ่ายต้อนรับ

เปิดสาขาที่สองแล้ว โปรแกรมคลินิกเดิมยังใช้ได้ไหม

ใช้ได้ก็ต่อเมื่อโปรแกรมรองรับหลายสาขาตั้งแต่โครงสร้าง ถ้าออกแบบมาสำหรับสาขาเดียว พอเปิดสาขาที่สองข้อมูลจะแยกกันคนละชุด รายงานรวมข้ามสาขาไม่ได้ และมักต้องเปลี่ยนระบบใหม่ทั้งหมด

คลินิกจำนวนมากเริ่มจากสาขาเดียวแล้วค่อยขยาย จึงควรเช็กเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรก แม้ยังไม่มีแผนเปิดสาขา และถามด้วยว่าถ้าเปิดสาขาที่ 3 ที่ 4 ต้องเสียค่าติดตั้งใหม่หรือย้ายข้อมูลใหม่หรือไม่

เมื่อคลินิกเปิดสาขาที่สอง

โปรแกรมที่ทำมาสำหรับสาขาเดียว

  • ข้อมูลแต่ละสาขาแยกกันคนละชุด
  • รายงานรวมข้ามสาขาไม่ได้
  • เปิดสาขาใหม่ต้องเปลี่ยนระบบ

โปรแกรมที่รองรับหลายสาขา

  • นัด ประวัติ และสต๊อกแยกตามสาขาในระบบเดียว
  • ดูรายงานรวมหรือรายสาขาจากจอเดียว
  • โอนสต๊อกและคนไข้ข้ามสาขาได้

โปรแกรมคลินิกควรมีระบบค่า DF และการเงินแบบไหน

ควรคำนวณค่า DF (ค่ามือแพทย์) อัตโนมัติตามกฎที่คลินิกตั้งเอง พร้อมหัก ณ ที่จ่าย และสรุปรายได้ประจำวันได้ในตัว ถ้าไม่มี ฝ่ายบัญชีต้องดึงตัวเลขไปคำนวณในสเปรดชีตทุกสิ้นเดือน ซึ่งช้าและผิดง่าย

ยิ่งมีหมอหลายคนหรือหลายสาขา ยิ่งต้องเช็กให้ชัด เพราะคิดค่า DF ผิดแม้ครั้งเดียวก็กระทบความไว้ใจกับหมอที่ทำงานด้วยกันมานาน

  • ตั้งกฎค่า DF ได้เอง เช่น คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ตามหัตถการ หรือขั้นบันไดตามยอดขาย
  • คำนวณค่า DF อัตโนมัติพร้อมหัก ณ ที่จ่ายให้เลย หรือต้องคีย์เอง
  • สรุปรายได้ประจำวันแยกเงินสด เงินโอน และบัตรได้ในตัวหรือไม่
  • บันทึกการรับเงินผ่าน PromptPay และช่องทางที่คนไข้ไทยใช้จริงได้หรือไม่
หน้ารายงานของ SyncEdge Clinic มีการ์ดรายได้ประจำวันแยกตามช่องทาง ผู้ชำระ และแพทย์ บิลค้างชำระ และค่าตอบแทนแพทย์ (DF) แยกสถานะรอ อนุมัติ และจ่ายแล้ว
ตัวอย่างหน้ารายงานใน SyncEdge Clinic: รายได้ประจำวันแยกตามช่องทางและแพทย์ อยู่หน้าเดียวกับรายงานค่าตอบแทนแพทย์ (DF) ที่แยกสถานะรอ อนุมัติ และจ่ายแล้ว

ราคาโปรแกรมคลินิกแบบไหนไม่บานปลายทีหลัง

แบบที่ใบเสนอราคาแจกแจงทุกรายการเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้ขายยืนยันว่าไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นนอกจากที่เขียนไว้ ราคาต่อเดือนที่เห็นตอนแรกมักไม่ใช่ตัวเลขสุดท้าย เพราะค่าใช้จ่ายหลายรายการซ่อนอยู่ในจุดที่คลินิกไม่ทันสังเกตตอนเซ็นสัญญา

ถามคำถามด้านล่างให้ครบก่อนเซ็นทุกครั้ง

  • คิดราคาตามจำนวนผู้ใช้หรือไม่ ถ้ารับพนักงานเพิ่มอีกคนต้องจ่ายเพิ่มทุกครั้งไหม
  • มีค่าติดตั้ง ค่าอบรม หรือค่าย้ายข้อมูลที่ไม่ได้บอกไว้ตั้งแต่แรกหรือเปล่า
  • ฟีเจอร์ที่จำเป็นจริงๆ อยู่ในแพ็กเกจที่โฆษณาไว้ หรือต้องซื้อเพิ่มทีละชิ้น
  • ยกเลิกก่อนกำหนดมีค่าปรับไหม หรือมีสัญญาผูกมัดขั้นต่ำกี่เดือน

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ

  • รองรับ PDPA แค่ไหน มี Audit Log ให้ตรวจสอบย้อนหลังได้จริงหรือไม่?
  • ข้อมูลคนไข้เก็บที่ไหน ในไทยหรือต่างประเทศ?
  • เปิดสาขาที่สองต้องรื้อระบบหรือย้ายข้อมูลใหม่ทั้งหมดหรือไม่?
  • ค่า DF คำนวณอัตโนมัติ หรือฝ่ายบัญชีต้องคีย์เองทุกเดือน?
  • ราคาคิดตามจำนวนผู้ใช้หรือไม่ เพิ่มพนักงานอีกคนต้องจ่ายเพิ่มไหม?
  • มีค่าใช้จ่ายนอกใบเสนอราคาไหม เช่น ค่าติดตั้งหรือค่าอัปเดต?
  • ถ้าเลิกใช้ ดึงข้อมูลคนไข้ทั้งหมดออกจากระบบได้หรือไม่?
  • ทดลองใช้งานจริงได้กี่วัน ต้องผูกบัตรเครดิตไหม?

คำถามที่พบบ่อย

โปรแกรมคลินิกราคาเท่าไหร่

ต่างกันมากตามฟีเจอร์และจำนวนสาขา คลินิกเดี่ยวที่ใช้ฟีเจอร์พื้นฐานมักเริ่มหลักร้อยถึงหลักพันบาทต่อเดือน คลินิกหลายสาขาที่ต้องจัดการค่า DF หรือเชื่อมระบบบัญชีภายนอก มักขยับไปถึงหลักหมื่นบาทต่อเดือน ดูให้ครบว่าราคารวมผู้ใช้กี่คน และเกินจากนั้นคิดเพิ่มรายหัวหรือไม่

คลินิกเล็ก หมอคนเดียว จำเป็นต้องใช้โปรแกรมคลินิกไหม

ยังไม่เร่งด่วน ถ้าเป็นหมอคนเดียว มีฝ่ายต้อนรับ 0–1 คน และสมุดหรือสเปรดชีตยังตามทัน จุดที่โปรแกรมเริ่มคุ้มคือเมื่อรับหมอลูกจ้างคนแรกและต้องคิดค่า DF หรือเมื่อคนไข้มากจนสเปรดชีตตามไม่ทัน

ข้อมูลคนไข้ควรเก็บที่ไหนถึงจะปลอดภัย

หลักทั่วไปคือเก็บในประเทศไทย เข้ารหัสทั้งตอนจัดเก็บและตอนส่ง แยกสิทธิ์ตามหน้าที่ และมี Audit Log ที่ตรวจย้อนหลังได้ว่าใครเปิดดูแฟ้มคนไข้คนไหนเมื่อไหร่ ถามผู้ขายให้ชัดก่อนเซ็นว่าเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ที่ไหน และมีมาตรการอะไรรองรับ PDPA บ้าง

เปลี่ยนโปรแกรมคลินิก ย้ายข้อมูลเดิมได้ไหม

ส่วนใหญ่ย้ายได้ แต่ความครบต่างกันมาก บางระบบส่งออกได้แค่ข้อมูลพื้นฐานเป็นไฟล์ Excel บางระบบย้ายประวัติการรักษาพร้อมไฟล์แนบได้ครบ ก่อนเปลี่ยน ถามผู้ขายรายใหม่ว่ารับไฟล์จากระบบเดิมแบบไหน และมีทีมช่วยย้ายให้หรือคลินิกต้องทำเอง

เลิกใช้โปรแกรมคลินิกแล้ว ข้อมูลคนไข้จะเอาออกมาได้ไหม

ขึ้นกับผู้ขาย จึงควรถามก่อนเซ็น ไม่ใช่ตอนจะเลิก ให้ผู้ขายตอบเป็นลายลักษณ์อักษรว่าส่งออกข้อมูลได้ในรูปแบบไหน ครบทั้งประวัติการรักษาและไฟล์แนบหรือได้แค่รายชื่อ และมีค่าใช้จ่ายในการส่งออกหรือไม่ เพราะคลินิกยังต้องเก็บเวชระเบียนต่อแม้เลิกใช้โปรแกรมแล้ว

เริ่มจากเล่าปัญหา

อยากได้ระบบที่ตอบครบทุกข้อในเช็กลิสต์นี้ไหม?

SyncEdge Clinic ออกแบบมาตอบทุกเรื่องในคู่มือนี้ ตั้งแต่ PDPA หลายสาขา ไปจนถึงระบบค่า DF ทดลองใช้ฟรี 2 เดือน ไม่ต้องผูกบัตรเครดิต

ดูแลธุรกิจคุณด้วยมืออาชีพ

Your business,
in professional hands.