คำตอบสั้นๆ
เวลาเปรียบเทียบโปรแกรมคลินิก อย่าเทียบที่รายการฟีเจอร์ ให้เทียบ 4 เรื่องนี้แทน คือค่าใช้จ่ายรวม 3 ปีที่นับค่าติดตั้ง ค่าย้ายข้อมูล และค่าผู้ใช้เพิ่มไว้แล้ว การรองรับ PDPA ที่ผู้ขายอธิบายรายละเอียดได้ การเปิดสาขาที่สองโดยไม่ต้องรื้อระบบ และการเอาข้อมูลของคุณออกได้เมื่ออยากย้าย โปรแกรมคลินิกในไทยมี 3 แบบ คือแบบซื้อขาดติดตั้งบนเครื่อง แบบคลาวด์ที่แปลมาจากซอฟต์แวร์ต่างชาติ และแบบคลาวด์ที่ทำมาเพื่อคลินิกไทย ตัวที่ถูกที่สุดตอนซื้อมักไม่ใช่ตัวที่ถูกที่สุดเมื่อครบ 3 ปี
สรุปสั้นๆ ก่อนเทียบ
โปรแกรมคลินิกที่ขายในไทยแบ่งได้ 3 แบบ คือ แบบซื้อขาดติดตั้งบนเครื่อง แบบคลาวด์ที่แปลมาจากซอฟต์แวร์ต่างชาติ และแบบคลาวด์ที่ทำมาเพื่อคลินิกไทยโดยเฉพาะ แต่ละแบบเหมาะกับคลินิกคนละแบบ ตัวที่ถูกที่สุดตอนซื้อ พอครบสามปีมักไม่ใช่ตัวที่ถูกที่สุดแล้ว
วิธีเทียบที่ได้ผลจริงคืออย่าเทียบที่รายการฟีเจอร์ ให้ดู 4 เรื่องนี้แทน ค่าใช้จ่ายรวมตลอด 3 ปี รวมค่าติดตั้ง ค่าย้ายข้อมูล และค่าผู้ใช้เพิ่ม การรองรับ PDPA แบบที่อธิบายรายละเอียดได้ การเปิดสาขาที่สองโดยไม่ต้องรื้อระบบ และการเอาข้อมูลของคุณออกจากระบบเมื่อวันหนึ่งอยากย้าย
โปรแกรมคลินิก 3 แบบ ต่างกันตรงไหน
แบบที่ 1 ซื้อขาด ติดตั้งบนเครื่องในคลินิก จ่ายครั้งเดียวจบ ข้อมูลอยู่ในเครื่องของคลินิกเอง เหมาะกับคลินิกสาขาเดียวที่อินเทอร์เน็ตไม่นิ่งและไม่มีแผนขยาย ข้อจำกัดคือถ้าเครื่องพังโดยไม่ได้สำรองไว้เอง ข้อมูลหายตามไปด้วย อัปเดตตามกฎหมายใหม่มักคิดเงินเพิ่ม และดูข้อมูลจากนอกคลินิกไม่ได้
แบบที่ 2 คลาวด์ที่แปลมาจากซอฟต์แวร์ต่างชาติ ฟีเจอร์เยอะ ระบบนิ่ง แต่ขั้นตอนการทำงานออกแบบมาเพื่อระบบสาธารณสุขของประเทศอื่น เรื่องที่คลินิกไทยต้องใช้ทุกวัน เช่น การคำนวณค่า DF ให้หมอ ใบรับรองแพทย์แบบไทย รายงาน ภ.ง.ด. หรือการรับเงินผ่าน PromptPay มักต้องทำนอกระบบหรือรอผู้ขายพัฒนาให้ เซิร์ฟเวอร์ก็มักอยู่ต่างประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นเรื่อง Data Residency ตาม PDPA
แบบที่ 3 คลาวด์ที่ทำมาเพื่อคลินิกไทย ขั้นตอนการทำงานตรงกับที่คลินิกไทยทำจริงตั้งแต่แรก ไม่ต้องดัดแปลง ข้อควรระวังคือผู้ขายกลุ่มนี้มักเป็นบริษัทเล็ก จึงควรถามให้ชัดว่าใครดูแลระบบ สำรองข้อมูลบ่อยแค่ไหน และถ้าบริษัทเลิกกิจการ ข้อมูลของคลินิกจะออกมาในรูปแบบไหน
| ซื้อขาด ติดตั้งในคลินิก | คลาวด์ต่างชาติแปลไทย | คลาวด์ที่ทำเพื่อไทย | |
|---|---|---|---|
| การจ่ายเงิน | จ่ายครั้งเดียว | รายเดือนหรือรายปี | รายเดือนหรือรายปี |
| ที่เก็บข้อมูลคนไข้ | เครื่องในคลินิก | มักอยู่ต่างประเทศ | เลือกเก็บในไทยได้ |
| ค่า DF ใบรับรองแพทย์ ภ.ง.ด. | แล้วแต่ผู้ขายแต่ละเจ้า | มักต้องทำนอกระบบ | มีมาตั้งแต่แรก |
| เปิดสาขาที่สอง | ติดตั้งใหม่อีกชุด | ทำได้ แต่ค่าใช้จ่ายสูง | เพิ่มในระบบเดิม |
| อัปเดตตามกฎหมายใหม่ | มักคิดเงินเพิ่ม | รวมในค่าบริการ | รวมในค่าบริการ |
| เหมาะกับ | สาขาเดียว ไม่มีแผนขยาย | เครือใหญ่ที่มีทีมไอที | คลินิกไทยที่กำลังโต |
นอกจากค่ารายเดือน โปรแกรมคลินิกมีค่าใช้จ่ายอะไรอีก
ราคาที่ผู้ขายโฆษณาคือค่ารายเดือนของแพ็กเกจเริ่มต้น ส่วนค่าใช้จ่ายจริงมักมีอีก 5 รายการที่ไม่อยู่ในหน้าราคา
ให้ถามผู้ขายทุกรายด้วยคำถามเดียวกันว่า ถ้าคลินิกผมมีหมอ 3 คน พนักงาน 6 คน 1 สาขา ใช้ไป 3 ปี รวมทั้งหมดเท่าไหร่ แล้วขอเป็นตัวเลขเดียว รวมทุกอย่าง จะเห็นความต่างชัดกว่าการเทียบราคาหน้าเว็บมาก
รายการที่ต้องถามให้ครบมีค่าติดตั้งและค่าอบรมทีมงานครั้งแรก ค่าย้ายข้อมูลจากระบบเดิม ค่าผู้ใช้เพิ่มต่อคน (บางเจ้าคิดรายหัว บางเจ้าไม่คิด) ค่าสาขาที่สองเป็นต้นไป และ VAT 7% ที่ราคาส่วนใหญ่ยังไม่รวมไว้ อย่าลืมถามด้วยว่าราคาขึ้นได้ปีละกี่เปอร์เซ็นต์ และแจ้งล่วงหน้ากี่วัน
ควรถามอะไรผู้ขายโปรแกรมคลินิกบ้าง
ถามให้ครบ 6 เรื่อง คือ PDPA ที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ การเปิดสาขาที่สอง ระบบค่า DF การขอข้อมูลออก และการทดลองใช้ หนึ่ง PDPA รองรับยังไงบ้าง อธิบายเป็นข้อๆ ได้ไหม คำตอบที่ใช้ได้ต้องพูดถึงการเก็บความยินยอมเป็นเวอร์ชัน Audit Log ที่บันทึกทุกการแก้ไข การเข้ารหัสข้อมูลส่วนบุคคล และการกันไม่ให้คลินิกอื่นเห็นข้อมูลของเรา ถ้าตอบแค่ว่ารองรับ PDPA ลอยๆ ให้ถามต่อจนได้รายละเอียด
สอง ข้อมูลคนไข้เก็บไว้ที่ไหน ขอชื่อประเทศที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ ไม่ใช่แค่ชื่อผู้ให้บริการคลาวด์ PDPA มีข้อกำหนดเรื่องการส่งข้อมูลออกนอกประเทศ และถ้าเก็บในไทย ตอบคำถามลูกค้าและหน่วยงานกำกับได้ง่ายกว่ามาก
สาม เปิดสาขาที่สอง ต้องทำอะไรบ้าง คำตอบที่ดีคือเพิ่มในระบบเดิม เห็นรายงานรวมได้ทันที คำตอบที่ต้องระวังคือติดตั้งใหม่อีกชุด แล้วค่อยรวมรายงานทีหลัง เพราะแปลว่าคุณจะมีระบบสองระบบที่ไม่คุยกัน
สี่ ระบบคิดค่า DF ให้อัตโนมัติได้ไหม ถ้าคลินิกมีหมอลูกจ้าง นี่คือเรื่องที่กินเวลาที่สุดในแต่ละเดือน ถามให้ชัดว่าคำนวณให้อัตโนมัติหลังลูกค้าจ่ายเงิน หักภาษี ณ ที่จ่ายให้ด้วยไหม และถ้ามีการคืนเงินระบบกลับรายการให้หรือต้องแก้มือ
ห้า ขอข้อมูลของคลินิกออกมาได้ไหม ในรูปแบบไหน ข้อมูลคนไข้เป็นของคลินิก ขอให้ระบุในสัญญาว่าส่งออกได้ทุกเมื่อ เป็นไฟล์ที่เปิดอ่านได้จริง และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มตอนเลิกใช้
หก ทดลองใช้ก่อนได้กี่วัน และต้องใส่บัตรเครดิตไหม ผู้ขายที่มั่นใจในระบบตัวเองมักให้ทดลองโดยไม่ผูกมัด ให้ลองใช้กับงานจริงหนึ่งสัปดาห์ ดูว่าฝ่ายต้อนรับใช้เป็นไหมโดยไม่ต้องถามใคร นั่นบอกอะไรได้มากกว่าเดโมสวยๆ
SyncEdge Clinic อยู่ตรงไหนในตารางนี้
เพื่อความเป็นธรรม เราวางตัวเลขของเราเองไว้ให้เทียบตรงๆ SyncEdge Clinic เป็นแบบที่ 3 คือคลาวด์ที่ทำมาเพื่อคลินิกไทย ข้อมูลเก็บในประเทศไทยเป็นค่าเริ่มต้น
ราคา 4 ระดับ รวม VAT 7% แล้ว Solo ฿990 ต่อเดือน สำหรับหมอคนเดียว 1 สาขา Starter ฿2,490 ต่อเดือน เพิ่มระบบค่ามือหมอคำนวณอัตโนมัติพร้อมหัก ณ ที่จ่าย Pro ฿5,990 ต่อเดือน รองรับหลายสาขาในราคาเดียว ไม่คิดเพิ่มต่อสาขา พร้อมโอนสต๊อกข้ามสาขา ส่วน Enterprise เสนอราคาตามขอบเขตงาน
เรื่องค่าใช้จ่ายแฝงตามหัวข้อก่อนหน้า คำตอบของเราคือ ทุกแพ็กเกจไม่คิดค่าผู้ใช้รายหัว จำนวนผู้ใช้รวมมาให้แล้วตามแพ็กเกจ Solo 5 คน Starter 20 คน Pro 20 คนต่อสาขา ทุกแพ็กเกจไม่มีค่าติดตั้ง นำเข้าข้อมูลเดิมจาก Excel/CSV ได้เองในระบบ จ่ายรายปีถูกกว่าราคารายเดือน 17% และแพ็กเกจจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อคุณสั่งเอง ระบบไม่อัปเกรดให้อัตโนมัติ สมัครเองได้ที่ clinic.syncedge.tech/register ทดลองใช้ฟรี 2 เดือนเต็มชุดตามแพ็กเกจที่เลือก ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
ด้าน PDPA ระบบเก็บความยินยอมทุกเวอร์ชัน บันทึก Audit Log ทุกครั้งที่มีการแก้ไขข้อมูล เข้ารหัสข้อมูลอ่อนไหวอย่างเลขบัตรประชาชนและบันทึกทางการแพทย์แบบ AES-256-GCM และกันการอ่านข้ามคลินิกที่ระดับฐานข้อมูลด้วย Row-Level Security ซึ่งแน่นกว่าการตรวจสิทธิ์ที่หน้าจออย่างเดียว
เมื่อไหร่ที่ SyncEdge Clinic ไม่ใช่คำตอบ
คู่มือเปรียบเทียบที่บอกว่าตัวเองดีทุกด้าน คงเรียกว่าคู่มือเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะฉะนั้นนี่คือกรณีที่เราจะแนะนำให้คุณดูเจ้าอื่น
ถ้าคุณต้องการติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของคลินิกเอง เรายังไม่มีแบบ Self-hosted ลูกค้า Enterprise ขอระบบแยกเฉพาะได้ แต่ยังเป็นระบบที่เราดูแลให้ ยังไม่ใช่เครื่องที่ตั้งอยู่ในคลินิกของคุณ
ถ้าคุณกำลังหาของฟรี เราไม่มีแพ็กเกจฟรี มีแต่ทดลอง 2 เดือน ถ้าค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ตั้งไว้ยังไม่ถึงหลักพัน โปรแกรมฟรีหรือการใช้สเปรดชีตต่อไปอีกระยะ อาจเป็นทางที่ตรงกว่า
ถ้าคลินิกของคุณต้องเชื่อมกับระบบโรงพยาบาลขนาดใหญ่หรือระบบเบิกจ่ายภาครัฐเป็นหลัก งานลักษณะนี้ต้องคุยเป็นรายกรณี มาคุยกันก่อนได้ แต่แพ็กเกจสำเร็จรูปตอบเรื่องนี้ทันทีไม่ได้
และถ้าคุณอยากได้ระบบที่มีคลินิกใช้มาแล้วหลายพันแห่ง SyncEdge Clinic เปิดตัวเวอร์ชัน 1.0 เมื่อเมษายน 2026 ยังใหม่กว่าเจ้าที่อยู่ในตลาดมาสิบปี ข้อดีคือเราแก้ให้เร็วและคุยกับคนตัดสินใจได้โดยตรง ข้อเสียคือเรายังไม่มีรายชื่อลูกค้ายาวเป็นหน้า ถ้าเรื่องนี้สำคัญกับคุณมากที่สุด เราเข้าใจ
เช็กลิสต์ก่อนเซ็นสัญญา
- ขอราคารวม 3 ปีเป็นตัวเลขเดียว รวมค่าติดตั้ง ค่าย้ายข้อมูล ค่าผู้ใช้เพิ่ม และ VAT
- ถามว่าคิดค่าผู้ใช้รายหัวหรือไม่ และเพิ่มพนักงานแล้วราคาขยับเท่าไหร่
- ขอรายละเอียด PDPA เป็นข้อๆ ไม่รับคำตอบว่ารองรับเฉยๆ
- ขอชื่อประเทศที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูลคนไข้
- ถามขั้นตอนการเปิดสาขาที่สอง และดูว่ารายงานรวมทุกสาขาได้ทันทีไหม
- ถ้ามีหมอลูกจ้าง ให้ทดสอบการคำนวณค่า DF กับตัวเลขจริงของเดือนที่แล้ว
- ขอเงื่อนไขการส่งออกข้อมูลตอนเลิกใช้ ให้ระบุไว้ในสัญญา
- ให้ฝ่ายต้อนรับลองใช้จริงหนึ่งสัปดาห์ก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ดูแค่เดโม
คำถามที่พบบ่อย
โปรแกรมคลินิกที่ดีที่สุดคือตัวไหน?
ไม่มีตัวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคลินิก มีแต่ตัวที่เหมาะกับคลินิกแบบไหน คลินิกสาขาเดียวที่ไม่มีแผนขยายกับเครือคลินิก 5 สาขาที่ต้องคิดค่า DF ทุกเดือน ต้องการคนละอย่างกันโดยสิ้นเชิง ให้เริ่มจากโจทย์ของคลินิกตัวเองก่อน แล้วค่อยดูว่าใครตอบโจทย์นั้นได้
โปรแกรมคลินิกราคาประมาณเท่าไหร่?
ในตลาดไทยมีตั้งแต่แบบซื้อขาดหลักหมื่นจ่ายครั้งเดียว ไปจนถึงคลาวด์รายเดือนตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหมื่น ขึ้นกับจำนวนสาขาและฟีเจอร์ ตัวเลขที่ควรใช้เทียบคือค่าใช้จ่ายรวม 3 ปี มากกว่าราคาเดือนแรก ของ SyncEdge Clinic เริ่มที่ ฿990 ต่อเดือนสำหรับ Solo และ ฿5,990 ต่อเดือนสำหรับ Pro ที่รองรับหลายสาขาในราคาเดียว ทั้งสองราคารวม VAT 7% แล้ว
โปรแกรมคลินิกฟรี ใช้ได้จริงไหม?
ใช้ได้ในช่วงแรกของคลินิกเล็กที่คนไข้ยังไม่มาก แต่ควรถามสองข้อก่อนตัดสินใจ คือข้อมูลคนไข้เก็บที่ไหนและใครเข้าถึงได้บ้าง กับถ้าวันหนึ่งอยากย้ายออก เอาข้อมูลออกมาได้ในรูปแบบไหน เพราะความรับผิดชอบเรื่องข้อมูลคนไข้ตกอยู่ที่คลินิกเสมอ ไม่ว่าจะใช้ผู้ให้บริการรายไหน
ย้ายจากโปรแกรมเดิมมาใช้ตัวใหม่ ข้อมูลเก่าจะหายไหม?
ไม่ควรหาย ถ้าวางแผนย้ายไว้ตั้งแต่ต้น ให้ขอผู้ขายรายใหม่ระบุให้ชัดว่าย้ายข้อมูลอะไรได้บ้าง ใช้เวลากี่วัน และมีช่วงที่ต้องหยุดใช้งานไหม ของ SyncEdge Clinic ทุกแพ็กเกจนำเข้าข้อมูลเดิมจาก Excel/CSV ได้เองผ่าน Migration Center โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และทีมงานช่วยแนะนำการเตรียมไฟล์
ต้องเลือกโปรแกรมตามประเภทคลินิกไหม?
ควรเลือก เพราะคลินิกทันตกรรม คลินิกเสริมความงาม และคลินิกแพทย์แผนจีน บันทึกการรักษาคนละแบบกันจริงๆ โปรแกรมที่ใช้แบบฟอร์มเดียวกันหมดทุกประเภทมักทำให้ต้องจดเพิ่มในกระดาษอยู่ดี