คู่มือเปิดคลินิก

เปิดคลินิกต้องมีอะไรบ้าง ใบอนุญาต ภาษี และระบบที่ต้องใช้ตั้งแต่วันแรก

คู่มือเปิดคลินิกส่วนใหญ่จบที่ใบอนุญาต คู่มือนี้ไปต่อถึงเรื่องเงินและระบบ ทั้ง VAT ที่คลินิกขอคืนไม่ได้ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค่ามือหมอ PDPA กับข้อมูลคนไข้ และระบบที่ควรมีตั้งแต่วันเปิด ทุกข้อกฎหมายอ้างถึงตัวบทหรือหน่วยงานที่ออกกฎ

คำตอบสั้นๆ

เปิดคลินิกในไทยต้องมีใบอนุญาต 2 ใบตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 คือใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลสำหรับเจ้าของ และใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพที่คุมคลินิก บริการรักษาพยาบาลของคลินิกได้รับยกเว้น VAT คลินิกจึงขอคืน VAT 7% ที่จ่ายไปกับเครื่องมือ ของตกแต่ง และซอฟต์แวร์ไม่ได้ ส่วนระบบที่ควรพร้อมก่อนรับคนไข้รายแรกคือเวชระเบียนพร้อมบันทึกความยินยอม ใบเสร็จ และสต๊อกยาที่ตามล็อตและวันหมดอายุได้

เปิดคลินิกต้องมีอะไรบ้าง ตอบสั้นๆ ก่อน

คลินิกทุกประเภทต้องมีใบอนุญาต 2 ใบตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ใบแรกคือใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ออกให้เจ้าของกิจการ ใบที่สองคือใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล ออกให้ผู้ประกอบวิชาชีพที่คุมคลินิก เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ หรือนักกายภาพบำบัด ตามประเภทของคลินิก

พอได้ใบอนุญาตแล้ว ยังมีอีกสามเรื่องที่เจ้าของคลินิกมือใหม่มักพลาด เรื่องแรกคือ VAT บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลได้รับยกเว้น VAT คลินิกจึงขอคืนภาษีซื้อไม่ได้ VAT ที่จ่ายไปกับเครื่องมือ ของตกแต่ง และซอฟต์แวร์เลยกลายเป็นต้นทุนจริง เรื่องที่สองคือภาษีหัก ณ ที่จ่ายค่ามือหมอ ซึ่งวิธีหักขึ้นกับว่าหมอเป็นลูกจ้างหรือมาใช้สถานที่ของคุณในนามตัวเอง เรื่องที่สามคือข้อมูลสุขภาพของคนไข้ PDPA จัดเป็นข้อมูลอ่อนไหว คุณต้องดูแลเข้มกว่าข้อมูลลูกค้าทั่วไป

คู่มือนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ใช้แทนคำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีสำหรับกรณีของคุณไม่ได้ ก่อนตัดสินใจเรื่องที่มีผลกับเงินหรือใบอนุญาต ให้ยืนยันกับนักบัญชีของคุณ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่คุณจะยื่นเรื่อง

ใบอนุญาตเปิดคลินิกมีกี่ใบ แต่ละใบต่างกันยังไง

ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ ก็เปิดสถานพยาบาลไม่ได้ตามมาตรา 16 ไม่มีใบอนุญาตให้ดำเนินการ ก็คุมคลินิกไม่ได้ตามมาตรา 24 ทั้งสองใบจึงต้องมีครบก่อนเปิดรับคนไข้รายแรก ถ้าฝ่าฝืนข้อใดข้อหนึ่ง มาตรา 57 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ และผู้ประกอบวิชาชีพในคลินิกจะเป็นคนเดียวกันก็ได้ตามมาตรา 27 หมอที่เปิดคลินิกของตัวเองจึงถือได้ทั้งสองใบ ส่วนเจ้าของที่ไม่ใช่หมอ ถือใบประกอบกิจการได้ แต่ต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพมาถือใบให้ดำเนินการ

อีกเรื่องที่ควรรู้ตั้งแต่ต้นคือโฆษณา มาตรา 38 กำหนดให้ผู้รับอนุญาตที่จะโฆษณาชื่อ ที่ตั้ง หรือบริการของคลินิก ต้องได้รับอนุมัติข้อความ เสียง หรือภาพก่อน ถ้าวางแผนยิงแอดตั้งแต่วันเปิด ก็เผื่อเวลาขออนุมัติไว้ในแผนด้วย

ใบอนุญาต 2 ใบตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541
ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล
มาตรามาตรา 16มาตรา 24
ออกให้ใครเจ้าของกิจการ จะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ผู้ประกอบวิชาชีพที่ควบคุมดูแลคลินิก
คุณสมบัติหลักอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี มีถิ่นที่อยู่ในไทย ไม่ล้มละลาย และไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามมาตรา 17 ถ้าเป็นนิติบุคคล ผู้จัดการหรือผู้แทนต้องมีคุณสมบัติเดียวกันเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตรงกับประเภทคลินิก ยังเป็นผู้ดำเนินการอยู่ไม่ถึง 2 แห่ง และควบคุมดูแลได้ใกล้ชิด ตามมาตรา 25
อายุใบอนุญาตถึงสิ้นปีปฏิทินของปีที่สิบนับจากปีที่ออก (มาตรา 19)ถึงสิ้นปีปฏิทินของปีที่สองนับจากปีที่ออก (มาตรา 28)
ค่าธรรมเนียมตามคู่มือประชาชนของ สบส.1,000 บาท สำหรับคลินิกที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน250 บาท

ใครเป็นผู้ดำเนินการคลินิกได้บ้าง แยกตามประเภทคลินิก

คำตอบขึ้นกับประเภทคลินิก กฎกระทรวงกำหนดวิชาชีพและจำนวนผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล พ.ศ. 2558 ข้อ 3 กำหนดให้คลินิกแต่ละประเภทต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพสาขานั้นอย่างน้อย 1 คนอยู่ปฏิบัติงานตลอดเวลาที่คลินิกเปิด ส่วนผู้ดำเนินการต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามประเภทที่กฎกระทรวงกำหนด (มาตรา 25)

กฎหมายไม่ได้แยกคลินิกเสริมความงามออกมาเป็นประเภทของตัวเอง สบส. จัดบริการเสริมความงามไว้ในคลินิกเวชกรรมและคลินิกเวชกรรมเฉพาะทาง ผู้ขอใบอนุญาตให้ดำเนินการจึงต้องเป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ถ้าจะโฆษณาว่าเชี่ยวชาญด้านความงามหรือผิวหนัง แพทย์ต้องมีวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติจากแพทยสภา สบส. ถือว่าการอ้างความเชี่ยวชาญโดยไม่มีคุณวุฒิเป็นโฆษณาเท็จ

ร้านสปา นวดเพื่อสุขภาพ หรือนวดเพื่อเสริมสวย อยู่ใต้กฎหมายอีกฉบับ คือพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 ถ้าจะทำบริการที่เป็นหัตถการทางการแพทย์ เช่น ฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ ก็ต้องเปิดเป็นคลินิกเวชกรรมและให้แพทย์เป็นคนทำ

ประเภทคลินิกกับผู้ประกอบวิชาชีพที่ต้องมี ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2558 ข้อ 3
ประเภทคลินิกผู้ประกอบวิชาชีพที่ต้องอยู่ตลอดเวลาที่คลินิกเปิด
คลินิกเวชกรรม รวมคลินิกเสริมความงามผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์)
คลินิกทันตกรรมผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม (ทันตแพทย์)
คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง หรือผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลชั้นหนึ่ง
คลินิกกายภาพบำบัดผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด
คลินิกเทคนิคการแพทย์ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์
คลินิกการแพทย์แผนไทยผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย หรือการแพทย์แผนไทยประยุกต์
คลินิกการประกอบโรคศิลปะ เช่น คลินิกแพทย์แผนจีนผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาที่ได้รับอนุญาต เช่น สาขาการแพทย์แผนจีน
คลินิกเฉพาะทางผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะทางตามที่ได้รับอนุญาต
สหคลินิกผู้ประกอบวิชาชีพทุกสาขาที่ได้รับอนุญาต

ขอใบอนุญาตเปิดคลินิกที่ไหน ใช้เวลานานแค่ไหน

ถ้าคลินิกอยู่ในกรุงเทพฯ ให้ยื่นที่ สบส. ที่ศูนย์บริการธุรกิจแบบเบ็ดเสร็จ ชั้น 1 อาคาร สบส. ในกระทรวงสาธารณสุข หรือยื่นออนไลน์ผ่าน Biz Portal ถ้าอยู่ต่างจังหวัด ให้ติดต่อกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่คลินิกตั้งอยู่

ก่อนออกใบอนุญาต มาตรา 18 กำหนดให้ผู้อนุญาตตรวจให้ครบ 5 เรื่อง คือแผนงานการจัดตั้งที่ได้รับอนุมัติแล้ว สถานที่ตามลักษณะที่กฎกระทรวงกำหนด เครื่องมือและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ผู้ประกอบวิชาชีพตามจำนวนที่กำหนด และชื่อคลินิกที่ถูกต้องตามกฎกระทรวง ในทางปฏิบัติจึงควรเซ็นสัญญาเช่าและออกแบบห้องหลังจากเช็กกฎเรื่องสถานที่แล้ว ไม่ใช่ก่อน

เรื่องเวลา คู่มือสำหรับประชาชนของ สบส. สำหรับการขออนุญาตประกอบกิจการและดำเนินการคลินิก ระบุระยะเวลารวม 2 เดือน แบ่งเป็นตรวจเอกสาร 1 วัน พิจารณาและตรวจสถานที่ 60 วัน ลงนาม 5 วัน และแจ้งผล 1 วัน ตัวเลขนี้นับจากวันที่เอกสารครบ ถ้าต้องแก้เอกสารหรือแก้สถานที่ก็ต้องบวกเวลาเพิ่ม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแต่ละแห่งอาจมีขั้นตอนย่อยต่างกัน ให้ถามหน่วยงานที่คุณจะยื่นโดยตรง

เปิดคลินิกในนามบุคคลหรือบริษัทดี ต้องจดทะเบียนอะไรอีกบ้าง

พระราชบัญญัติสถานพยาบาลเปิดให้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลเป็นผู้รับอนุญาต ถ้าเป็นนิติบุคคล มาตรา 17 กำหนดให้ผู้จัดการหรือผู้แทนต้องมีคุณสมบัติเดียวกับผู้ขอที่เป็นบุคคล การเลือกรูปแบบจึงเป็นเรื่องภาษีและความรับผิดมากกว่าเรื่องใบอนุญาต ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นผลทันทีคือหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายค่ามือหมอ ซึ่งมีรายละเอียดในหัวข้อค่ามือหมอด้านล่าง ให้คุยกับนักบัญชีก่อนยื่นขอใบอนุญาต เพราะสิทธิยกเว้น VAT ผูกกับสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต ผู้ที่เก็บเงินจากคนไข้จึงควรเป็นผู้รับอนุญาตเอง

ถ้ามีพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนกับสำนักงานประกันสังคมภายใน 30 วันนับจากวันที่มีลูกจ้าง ใช้แบบ สปส.1-01 สำหรับนายจ้าง พนักงานที่เข้าใหม่หลังจากนั้นก็ต้องแจ้งภายใน 30 วันเหมือนกัน

เรื่องจดทะเบียน VAT คลินิกที่ให้บริการรักษาพยาบาลอย่างเดียวไม่ต้องจด และจดไม่ได้ด้วย รายละเอียดอยู่ในหัวข้อถัดไป

คลินิกต้องเสีย VAT ไหม

ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ประมวลรัษฎากรมาตรา 81(1)(ญ) ยกเว้น VAT ให้ "การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล" คลินิกที่มีใบอนุญาตครบและให้บริการ ณ สถานที่ที่ระบุในใบอนุญาต จึงไม่ต้องเก็บ VAT จากคนไข้ อย่าสับสนกับข้อ (ฌ) ที่อยู่ติดกัน ข้อนั้นยกเว้น VAT ให้การประกอบโรคศิลปะและวิชาชีพอิสระของตัวบุคคล ไม่ใช่ของสถานพยาบาล

ข้อที่คนพลาดบ่อยคือจดทะเบียน VAT ไว้ก่อนเผื่อได้ภาษีซื้อคืน ทำแบบนั้นไม่ได้ มาตรา 81/3 เปิดให้ขอจดโดยสมัครใจเฉพาะบางกิจการ และบริการรักษาพยาบาลไม่อยู่ในรายการนั้น ข้อหารือกรมสรรพากร กค 0702/6973 ลงวันที่ 7 กันยายน 2561 วินิจฉัยกรณีแพทย์ที่เปิดคลินิกแล้วจด VAT ตามคำแนะนำที่ได้มา ว่าไม่มีหน้าที่และไม่มีสิทธิจด ต้องถอนทะเบียน แถมยังต้องรับผิดจากการออกใบกำกับภาษีทั้งที่ไม่มีสิทธิออก ทั้งภาษีที่ขาด เงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และค่าปรับทางอาญา

แล้วถ้าคลินิกขายของที่ไม่ใช่การรักษาล่ะ? ข้อยกเว้นครอบคลุมเฉพาะบริการรักษาพยาบาล ของอย่างเครื่องสำอางหรืออาหารเสริมที่ขายให้คนทั่วไปโดยไม่ผ่านการตรวจรักษา ตลอดจนบริการสปาหรือนวดที่ไม่ใช่หัตถการทางการแพทย์ ไม่ได้รับยกเว้น ถ้ารายรับส่วนนี้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ก็ต้องจดทะเบียน VAT สำหรับรายรับส่วนนั้น แล้วต้องเฉลี่ยภาษีซื้อระหว่างกิจการที่เสียและไม่เสีย VAT ตามมาตรา 82/6 คลินิกความงามเจอเรื่องนี้บ่อยที่สุด เพราะเส้นแบ่งระหว่างรักษากับขายของบางมาก บริการไหนอยู่ฝั่งไหนต้องดูข้อเท็จจริงรายกรณี ให้ถามนักบัญชีก่อนตั้งราคา

ทำไม VAT ค่าเครื่องมือ ค่าตกแต่ง และค่าโปรแกรม ถึงเป็นต้นทุนจริงของคลินิก

ธุรกิจที่จด VAT เอาภาษีซื้อไปหักกับภาษีขายได้ VAT 7% ที่จ่ายไปจึงแทบไม่เป็นต้นทุน คลินิกที่ไม่ได้จด VAT หักอะไรไม่ได้เลย ทุกบาทของ VAT ที่จ่ายไปจึงเป็นเงินที่หายไปจริง

ลองดูตัวอย่าง สมมติคลินิกซื้อเครื่องเลเซอร์ราคา 1,500,000 บาทก่อน VAT บิลที่ต้องจ่ายจริงคือ 1,605,000 บาท บริษัททั่วไปขอคืน 105,000 บาทนั้นได้ คลินิกขอไม่ได้ ค่าตกแต่งร้าน เครื่องมือ ยา เวชภัณฑ์ และค่าโปรแกรมรายเดือนที่มี VAT ก็เป็นแบบเดียวกันทุกรายการ

ค่าเช่าเป็นข้อยกเว้น ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้รับยกเว้น VAT ตามมาตรา 81(1)(ต) ตัวค่าเช่าเองจึงไม่มี VAT แต่ค่าบริการส่วนกลางหรือค่าบริการที่ห้างหรืออาคารแยกเรียกเก็บมักมี VAT ขอใบแจ้งหนี้ที่แยกสองส่วนนี้ให้ชัดก่อนเซ็นสัญญา

ผลในทางปฏิบัติคือตอนเทียบราคา ให้เทียบตัวเลขที่รวม VAT แล้วเสมอ ผู้ขายที่บอกราคาไม่รวม VAT ดูถูกกว่าจริง 7% สำหรับคลินิก

ค่ามือหมอ (DF) ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายยังไง

ขึ้นกับว่าหมอทำงานกับคลินิกในรูปแบบไหน ข้อหารือกรมสรรพากร กค 0702/1703 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2553 แยกไว้ชัดว่า ถ้าค่าตอบแทนมาจากการจ้างแรงงาน ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) แม้งานนั้นจะเป็นงานรักษาก็ตาม ถ้าหมอทำสัญญาขอใช้สถานที่และเครื่องมือของคลินิกเพื่อรักษาคนไข้ในนามตัวเอง แล้วแบ่งค่ารักษาให้คลินิกเป็นลายลักษณ์อักษร จึงถือเป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40(6) ถึงคลินิกจะเป็นคนเก็บเงินแทนก็ตาม

สองแบบนี้หักภาษีต่างกัน ถ้าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(1) คลินิกหักภาษีแบบเงินเดือนและยื่น ภ.ง.ด.1 ถ้าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(6) และคลินิกเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 7 กำหนดให้หักไว้ร้อยละ 3 แล้วยื่นด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 ถ้าคลินิกเป็นของบุคคลธรรมดา หน้าที่หัก ณ ที่จ่ายจะต่างออกไป ให้ยืนยันกับนักบัญชี

ข้อหารือเดียวกันยังระบุว่า ถ้าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(6) จำนวนที่เป็นเงินได้ของหมอคือค่ารักษาทั้งจำนวนที่เก็บจากคนไข้ ไม่ใช่เฉพาะส่วนที่เหลือหลังแบ่งให้คลินิก สัญญากับหมอแต่ละคนจึงควรเขียนให้ชัดตั้งแต่แรก และระบบคิดค่ามือต้องเก็บตัวเลขได้ทั้งสองแบบ

ข้อมูลคนไข้กับ PDPA ต้องทำอะไรตั้งแต่วันแรก

ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 ของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หลักทั่วไปคือต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งก่อนเก็บ แต่มาตรา 26(5)(ก) ยกเว้นให้กรณีที่จำเป็นเพื่อการวินิจฉัยโรคและการรักษาทางการแพทย์ การจดประวัติเพื่อรักษาจึงทำได้ ส่วนการใช้ข้อมูลเกินจากการรักษา เช่น เอารูปก่อนและหลังทำไปโพสต์ หรือส่งโปรโมชันให้คนไข้ ควรขอความยินยอมแยกเป็นเรื่องๆ และเก็บหลักฐานว่าคนไข้ยินยอมเมื่อไหร่ กับข้อความฉบับไหน

ถ้าข้อมูลรั่ว มาตรา 37(4) กำหนดให้แจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับจากรู้เหตุ ยกเว้นเหตุนั้นไม่เสี่ยงจะกระทบสิทธิของเจ้าของข้อมูล ถ้าคุณตอบไม่ได้ว่าใครเปิดดูแฟ้มคนไข้คนไหนเมื่อไหร่ การประเมินเหตุภายใน 72 ชั่วโมงก็แทบเป็นไปไม่ได้

เรื่องเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) มาตรา 41(3) กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลที่มีกิจกรรมหลักเป็นการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลตามมาตรา 26 ต้องมี DPO คลินิกเล็กเข้าข่ายข้อนี้แค่ไหนยังตีความกันอยู่ ให้ถามที่ปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีของคุณ

คลินิกเปิดใหม่ต้องมีระบบอะไรบ้าง ควรเริ่มอันไหนก่อน

ลำดับที่ได้ผลคือเริ่มจากสิ่งที่กฎหมายกับเงินบังคับ แล้วค่อยไปเรื่องความสะดวก เริ่มที่เวชระเบียนกับการบันทึกความยินยอม เพราะคนไข้รายแรกก็ต้องมีแล้ว ตามด้วยใบเสร็จ ซึ่งต้องเป็นใบเสร็จรับเงินธรรมดา ไม่ใช่ใบกำกับภาษี ถ้าคลินิกไม่ได้จด VAT ต่อด้วยสต๊อกยาและเวชภัณฑ์ที่ตามล็อตและวันหมดอายุได้ แล้วจึงเป็นระบบนัดหมาย

ระบบคิดค่ามือหมอรอได้จนกว่าจะมีหมอคนที่สอง แต่ต้องพร้อมก่อนรอบจ่ายแรก เพราะภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องยื่นทุกเดือน รายงานรายวัน รายได้ต่อหมอ และลูกหนี้ค้างชำระ ควรมีตั้งแต่เดือนแรก เพราะเป็นตัวเลขชุดเดียวที่บอกว่าคลินิกไปรอดหรือไม่

ตารางนี้เทียบสามทางเลือกที่คลินิกเปิดใหม่ใช้กันจริง ไม่มีทางไหนดีที่สุดในทุกแถว คลินิกหมอคนเดียวที่เพิ่งเปิด เริ่มจากกระดาษหรือ Excel ก็ยังพอไปได้ แต่ถ้ารู้อยู่แล้วว่าจะมีหมอลูกจ้างหรือสาขาที่สอง การเริ่มบนระบบตั้งแต่แรกถูกกว่าการย้ายทีหลัง

ระบบคลินิกสามแบบ เทียบกันในเรื่องที่คลินิกเปิดใหม่ต้องใช้
กระดาษ / Excelโปรแกรมคลินิกสำเร็จรูประบบสั่งทำเฉพาะ
เริ่มใช้ได้เมื่อไหร่วันนี้ภายในวันเดียวถึงไม่กี่วันหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน
ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นแทบไม่มีค่ารายเดือนหรือรายปีค่าพัฒนาก้อนแรก ตามด้วยค่าดูแลรายปี
เวชระเบียนและความยินยอมค้นยาก ทำสำเนาง่าย พิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเปิดดูมีโครงสร้างให้ ส่วนใหญ่มีบันทึกการเข้าถึงออกแบบได้ตามต้องการ
ใบเสร็จและรายงานภาษีทำมือ เสี่ยงเลขซ้ำและออกเอกสารผิดประเภทออกเอกสารและรายงานภาษีจากระบบต้องสร้างเอง และต้องตามกฎภาษีที่เปลี่ยนเอง
สต๊อกยาตามล็อตและวันหมดอายุทำได้แต่ต้องมีคนคุมไฟล์ทุกวันมีในหลายโปรแกรม ควรขอดูก่อนซื้อทำได้ตรงตามที่ต้องการ
ค่ามือหมอและหัก ณ ที่จ่ายสูตรในไฟล์ พังง่ายเมื่อกติกาซับซ้อนขึ้นมีในบางแพ็กเกจ ควรทดสอบกับตัวเลขจริงทำได้ทุกกติกา
เปิดสาขาที่สองไฟล์แยกกัน รวมตัวเลขเองขึ้นกับว่าโปรแกรมรองรับหลายสาขาหรือไม่ต้องออกแบบไว้ตั้งแต่แรก
เหมาะกับใครหมอคนเดียว คนไข้ยังไม่มากคลินิกส่วนใหญ่ที่ทำงานแบบคลินิกทั่วไปคลินิกหรือเครือที่มีขั้นตอนเฉพาะจนโปรแกรมสำเร็จรูปไม่ตอบ
SyncEdge อยู่ตรงไหนย้ายมา SyncEdge Clinic เมื่อไหร่ นำเข้าไฟล์ Excel หรือ CSV เดิมได้ฟรีSyncEdge Clinic อยู่กลุ่มนี้ เริ่ม ฿990 ต่อเดือนรวม VAT แล้ว ทดลองฟรี 2 เดือนงานหลักของ SyncEdge คือรับทำซอฟต์แวร์สั่งทำ

เปิดคลินิกแบบไหน ต้องดูเรื่องอะไรบ้าง ลองดูสี่สถานการณ์ตัวอย่าง

สี่สถานการณ์นี้เป็นตัวอย่างสมมติที่ประกอบขึ้นเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คลินิกจริงแห่งไหน และไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีสำหรับกรณีของคุณ หาแถวที่ใกล้กับแผนของคุณที่สุด แล้วกลับไปอ่านหัวข้อที่เกี่ยวข้องด้านบนให้ครบ เรื่องที่มีผลกับเงินหรือใบอนุญาต ให้ยืนยันกับนักบัญชีของคุณ และ สบส. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดก่อนเสมอ

สี่สถานการณ์ตัวอย่าง กับเรื่องใบอนุญาต ภาษี และระบบที่แต่ละแบบต้องดู
สถานการณ์ใบอนุญาตและผู้ดำเนินการเรื่องภาษีระบบที่ควรตั้งก่อน
หมอเปิดคลินิกเวชกรรมของตัวเองแพทย์คนเดียวเปิดคลินิกเวชกรรมเล็กๆ ในนามตัวเอง และตรวจคนไข้เองทุกวันที่คลินิกเปิดหมอถือได้ทั้งใบอนุญาตประกอบกิจการและใบอนุญาตให้ดำเนินการตามมาตรา 27 วันไหนหมอไม่อยู่ ต้องมีแพทย์คนอื่นอยู่ปฏิบัติงานแทน เพราะคลินิกต้องมีแพทย์อยู่ตลอดเวลาที่เปิดค่ารักษาได้รับยกเว้น VAT ตามมาตรา 81(1)(ญ) และจะจด VAT ไว้เผื่อขอคืนภาษีซื้อก็ไม่ได้ VAT ที่จ่ายไปกับเครื่องมือและค่าตกแต่งจึงเป็นต้นทุนจริงเวชระเบียนกับความยินยอม ใบเสร็จรับเงินธรรมดา และสต๊อกยาตามล็อตและวันหมดอายุ ช่วงแรกใช้กระดาษหรือ Excel ก็ยังพอไปได้
นักลงทุนเปิดคลินิกความงามในนามบริษัทเจ้าของไม่ใช่หมอ ตั้งบริษัทเปิดคลินิกเสริมความงาม จ่ายค่ามือ (DF) ให้แพทย์ที่มาทำหัตถการ และขายสกินแคร์หน้าร้านด้วยบริษัทถือใบอนุญาตประกอบกิจการได้ แต่ผู้ดำเนินการต้องเป็นแพทย์ เพราะ สบส. จัดบริการเสริมความงามไว้ในคลินิกเวชกรรม ถ้าจะยิงแอด ต้องขออนุมัติข้อความหรือภาพตามมาตรา 38 ก่อนถ้าแพทย์ใช้สถานที่ในนามตัวเอง (เงินได้ตามมาตรา 40(6)) บริษัทหักไว้ 3% แล้วยื่น ภ.ง.ด.3 สกินแคร์ที่ขายโดยไม่ผ่านการตรวจรักษาไม่ได้รับยกเว้น VAT ถ้ารายรับส่วนนี้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจด VAT ให้นักบัญชียืนยันว่ารายการไหนอยู่ฝั่งไหนสัญญากับแพทย์แต่ละคนที่เขียนแบบการทำงานไว้ชัด ระบบคิดค่ามือที่พร้อมก่อนรอบจ่ายแรก ใบเสร็จที่แยกค่ารักษากับค่าสินค้าได้ และความยินยอมแยกสำหรับเอารูปก่อนและหลังทำไปโพสต์
คลินิกการแพทย์แผนไทยเปิดคลินิกการแพทย์แผนไทยที่ตรวจรักษาและจ่ายยาสมุนไพร แล้วอยากขายสมุนไพรหรือเปิดนวดเพื่อสุขภาพแยกออกมาด้วยผู้ดำเนินการและคนที่อยู่ตลอดเวลาที่คลินิกเปิด ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือแผนไทยประยุกต์ ส่วนร้านนวดเพื่อสุขภาพที่แยกออกมาอยู่ใต้พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559การตรวจรักษาของคลินิกได้รับยกเว้น VAT แต่นวดที่ไม่ใช่หัตถการทางการแพทย์กับสมุนไพรที่ขายโดยไม่ผ่านการตรวจรักษาไม่ได้รับยกเว้น บริการไหนนับเป็นการรักษา ให้นักบัญชียืนยันก่อนตั้งราคาเวชระเบียนกับความยินยอม ใบเสร็จที่แยกค่ารักษาออกจากค่าสินค้าและค่านวด และสต๊อกยาสมุนไพรตามล็อตและวันหมดอายุ
คลินิกทันตกรรมที่กำลังจะเปิดสาขาสองคลินิกทันตกรรมที่มีทันตแพทย์ 2 คนรับค่ามือ (DF) และวางแผนเปิดสาขาที่สองผู้ดำเนินการต้องเป็นทันตแพทย์ที่ยังเป็นผู้ดำเนินการอยู่ไม่ถึง 2 แห่ง และควบคุมดูแลได้ใกล้ชิดตามมาตรา 25 สาขาใหม่จึงต้องวางตัวผู้ดำเนินการและทันตแพทย์ประจำไว้ก่อนยื่น ขั้นตอนของสาขาใหม่ให้ถาม สบส. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดถ้าทันตแพทย์ใช้สถานที่ในนามตัวเอง เงินได้ของทันตแพทย์คนนั้นคือค่ารักษาทั้งจำนวนที่เก็บจากคนไข้ ไม่ใช่เฉพาะส่วนที่เหลือหลังแบ่ง ถ้าคลินิกเป็นบริษัทให้หัก 3% ยื่น ภ.ง.ด.3 ถ้าเป็นของบุคคลธรรมดา ให้ยืนยันหน้าที่หักกับนักบัญชีระบบคิดค่ามือที่เก็บตัวเลขได้ทั้งแบบลูกจ้างและแบบใช้สถานที่ และรองรับหลายสาขาตั้งแต่แรก เพราะเริ่มบนระบบตั้งแต่แรกถูกกว่าย้ายทีหลัง

เปิดคลินิกใหม่ ใช้ Excel โปรแกรมคลินิกทั่วไป หรือ SyncEdge Clinic ต่างกันยังไง

ถ้าคลินิกยังเล็กมาก หมอคนเดียว คนไข้ไม่กี่ราย Excel พอใช้ได้ในช่วงสัปดาห์แรกๆ แต่พอต้องพิสูจน์ว่าใครเปิดดูประวัติคนไข้ ต้องคิดค่ามือให้หมอคนที่สองพร้อมหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือต้องรู้ว่ายาล็อตไหนใกล้หมดอายุ ก็ถึงเวลาเลือกโปรแกรมคลินิก และ SyncEdge Clinic เป็นหนึ่งในตัวเลือกนั้น

โปรแกรมคลินิกเจ้าอื่นอาจเหมาะกับบางคลินิกมากกว่า ถ้าคุณต้องส่ง SMS เตือนนัด เชื่อมกับ LINE OA หรือให้คนไข้จองคิวเองออนไลน์ SyncEdge Clinic ยังไม่มีสามเรื่องนี้ ในตาราง ช่องราคาของเราใช้ราคาที่ประกาศไว้เท่านั้น ส่วนเจ้าอื่นราคาต่างกันไปตามผู้ขาย เราจึงชี้ไปที่คู่มือราคาแทนการเดาตัวเลข

Excel หรือกระดาษ โปรแกรมคลินิกเจ้าอื่น และ SyncEdge Clinic เทียบกันในเรื่องที่คลินิกเปิดใหม่ต้องใช้
Excel หรือกระดาษโปรแกรมคลินิกเจ้าอื่นSyncEdge Clinic
เวชระเบียนและความยินยอมพอไหวถ้าคนไข้ยังน้อย แต่ค้นยาก และไม่รู้ว่าใครเปิดดูมีเกือบทุกโปรแกรม ควรเช็กว่าเก็บความยินยอมคู่กับข้อความที่คนไข้ยินยอมจริงหรือเปล่าเวชระเบียนพร้อมความยินยอม PDPA ที่เก็บแยกตามเวอร์ชันของข้อความ
ใบเสร็จและค่ามือหมอ (DF)ใบเสร็จทำจากแม่แบบ ค่ามือคิดด้วยสูตรในไฟล์ใบเสร็จมีแทบทุกโปรแกรม ส่วนกติกาค่ามือและหัก ณ ที่จ่ายต่างกันไปตามโปรแกรมและแพ็กเกจใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย มีทุกแพ็กเกจ กติกาค่ามือพร้อมหัก ณ ที่จ่ายเริ่มที่ Starter
สต๊อกยาและเวชภัณฑ์ตามล็อตและวันหมดอายุทำได้ถ้ามีคนอัปเดตไฟล์ทุกวันมีในหลายโปรแกรม ขอดูตอนจ่ายยาจริงว่าระบบตัดล็อตไหนตัดสต๊อกตามล็อตและวันหมดอายุ มีประวัติรับเข้าและจ่ายออกครบ
รายงานต้องทำตารางสรุปเองต่างกันไปตามโปรแกรม ขอดูตัวอย่างรายงานรายได้รายวันก่อนซื้อรายได้รายวัน ลูกหนี้ค้างชำระ และ ภ.ง.ด.3 / ภ.ง.ด.53 มีทุกแพ็กเกจ กำไรขาดทุนรายหมอเริ่มที่ Starter
PDPA และที่เก็บข้อมูลไม่มีบันทึกว่าใครเปิดไฟล์ คัดลอกออกไปได้ง่าย ไฟล์อยู่ในเครื่องหรือคลาวด์ที่คุณใช้ส่วนใหญ่มีบันทึกการเข้าถึง ควรถามว่าแก้ย้อนหลังได้ไหม และข้อมูลเก็บที่ประเทศไหนAudit Log ที่ค้นได้และแก้ย้อนหลังไม่ได้ เข้ารหัสข้อมูลอ่อนไหวอย่างเลขบัตรประชาชนและบันทึกทางการแพทย์ ข้อมูลเก็บในประเทศไทย
SMS, LINE OA และให้คนไข้จองคิวเองไม่มีบางโปรแกรมมี ถ้าคลินิกคุณขาดเรื่องนี้ไม่ได้ โปรแกรมเจ้าอื่นอาจเหมาะกว่าตอนนี้ยังไม่มี
ราคา (รวม VAT)แทบไม่มีค่าใช้จ่ายต่างกันไปตามผู้ขาย ดูคู่มือราคาโปรแกรมคลินิกของเราSolo ฿990 ต่อเดือน (ผู้ใช้ 5 คน 1 สาขา) Starter ฿2,490 (ผู้ใช้ 20 คน) Pro ฿5,990 (ไม่จำกัดสาขา สาขาละ 20 คน) Enterprise เสนอราคาแยก
ลองก่อนจ่ายไม่ต้องสมัครอะไรถามผู้ขายว่ามีเดโมหรือช่วงทดลองให้ไหมทดลองฟรี 2 เดือน สมัครเองบนเว็บ ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต นำเข้าข้อมูลจาก Excel หรือ CSV ได้ฟรี

SyncEdge Clinic ช่วยตรงไหน และไม่ได้ช่วยตรงไหน

เราทำ SyncEdge Clinic เป็นโปรแกรมคลินิกแบบสำเร็จรูปที่ออกแบบจากขั้นตอนของคลินิกไทย รองรับคลินิกเวชกรรม ทันตกรรม เสริมความงาม และแพทย์แผนจีน ส่วนคลินิกแพทย์แผนไทยและกายภาพบำบัดใช้หน้าจอตรวจรักษามาตรฐาน ข้อมูลเก็บในประเทศไทย ระบบเก็บความยินยอม PDPA แยกตามเวอร์ชันของข้อความ มี Audit Log ที่แก้ย้อนหลังไม่ได้ สต๊อกตามล็อตและวันหมดอายุได้ และออกรายงาน ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ได้

ราคารวม VAT 7% แล้ว ตัวเลขที่เห็นจึงเป็นเงินที่คลินิกจ่ายจริง Solo เดือนละ ฿990 สำหรับผู้ใช้ 5 คน 1 สาขา Starter เดือนละ ฿2,490 สำหรับผู้ใช้ 20 คน เพิ่มระบบค่ามือหมอที่คำนวณพร้อมหัก ณ ที่จ่าย Pro เดือนละ ฿5,990 เปิดได้ไม่จำกัดสาขา ผู้ใช้สาขาละ 20 คน สมัครเองได้ที่ clinic.syncedge.tech/register ทดลองฟรี 2 เดือน ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต และนำเข้าข้อมูลเดิมจาก Excel หรือ CSV ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

สิ่งที่ตอนนี้ไม่มี คือระบบให้คนไข้จองคิวเอง การเชื่อมกับ LINE OA และการส่ง SMS ถ้าสามเรื่องนี้เป็นหัวใจของคลินิกคุณ ให้นับเข้าไปตอนเทียบ และถ้าขั้นตอนของคลินิกคุณเฉพาะจนไม่มีโปรแกรมสำเร็จรูปไหนตอบได้ งานหลักของเราคือรับทำซอฟต์แวร์สั่งทำ เราจะบอกตรงๆ ว่าคุณอยู่ในกรณีไหน

เช็กลิสต์ก่อนเปิดคลินิก

  • เลือกประเภทคลินิก และมีผู้ประกอบวิชาชีพที่ตรงกับประเภทนั้นอยู่ประจำได้ตลอดเวลาที่คลินิกเปิด
  • ตกลงว่าใครถือใบอนุญาตประกอบกิจการ และใครเป็นผู้ดำเนินการ ก่อนเริ่มยื่นเอกสาร
  • เช็กกฎเรื่องสถานที่กับ สบส. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ก่อนเซ็นสัญญาเช่าและก่อนตกแต่ง
  • เผื่อเวลาอย่างน้อย 2 เดือนนับจากวันที่เอกสารครบ และไม่รับคนไข้ก่อนได้ใบอนุญาตครบทั้งสองใบ
  • ให้นักบัญชียืนยันว่าบริการและสินค้าไหนได้รับยกเว้น VAT และอย่าจด VAT สำหรับบริการรักษาพยาบาล
  • ทำสัญญากับหมอทุกคนให้ชัดว่าเป็นลูกจ้างหรือใช้สถานที่ในนามตัวเอง แล้วตั้งวิธีหัก ณ ที่จ่ายให้ตรง
  • ขึ้นทะเบียนนายจ้างกับประกันสังคมภายใน 30 วันนับจากวันที่มีลูกจ้างคนแรก
  • ตั้งระบบเวชระเบียน ความยินยอม PDPA ใบเสร็จ และสต๊อก ให้พร้อมก่อนคนไข้รายแรก

คำถามที่พบบ่อย

เปิดคลินิกต้องมีอะไรบ้าง?

ต้องมีใบอนุญาต 2 ใบตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 คือใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลสำหรับเจ้าของ และใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพที่คุมคลินิก ต้องมีสถานที่ เครื่องมือ และผู้ประกอบวิชาชีพครบตามกฎกระทรวง ถ้ามีพนักงานต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายใน 30 วัน และควรมีระบบเวชระเบียน ใบเสร็จ และสต๊อกยาพร้อมตั้งแต่วันเปิด

ไม่ใช่หมอ เปิดคลินิกได้ไหม?

ได้ คนที่ไม่ใช่หมอเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลได้ ถ้าอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี มีถิ่นที่อยู่ในไทย และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 17 แต่ต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพที่ตรงกับประเภทคลินิกมาเป็นผู้ดำเนินการ และมีผู้ประกอบวิชาชีพอยู่ปฏิบัติงานตลอดเวลาที่คลินิกเปิด

เปิดคลินิกความงามต้องจบอะไร?

ผู้ดำเนินการคลินิกเสริมความงามต้องเป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เพราะ สบส. จัดบริการเสริมความงามไว้ในคลินิกเวชกรรม หัตถการอย่างโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ต้องทำโดยแพทย์ในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต ถ้าจะโฆษณาว่าเชี่ยวชาญด้านความงามหรือผิวหนัง แพทย์ต้องมีวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติจากแพทยสภา เจ้าของที่ไม่ใช่แพทย์ถือใบอนุญาตประกอบกิจการได้ แต่ต้องมีแพทย์เป็นผู้ดำเนินการ

เปิดคลินิกแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน กายภาพบำบัด หรือคลินิกพยาบาล ต้องมีใครเป็นผู้ดำเนินการ?

ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่ตรงกับประเภทคลินิก คลินิกการแพทย์แผนไทยใช้ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือแผนไทยประยุกต์ คลินิกแพทย์แผนจีนเป็นคลินิกการประกอบโรคศิลปะ ใช้ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน คลินิกกายภาพบำบัดใช้นักกายภาพบำบัด คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ใช้พยาบาลวิชาชีพชั้นหนึ่ง และคลินิกเทคนิคการแพทย์ใช้นักเทคนิคการแพทย์ ทุกประเภทยื่นขอใบอนุญาต 2 ใบเหมือนกันตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล

คลินิกต้องเสีย VAT ไหม?

บริการรักษาพยาบาลของคลินิกที่ได้รับอนุญาตไม่ต้องเสีย VAT เพราะได้รับยกเว้นตามประมวลรัษฎากรมาตรา 81(1)(ญ) คลินิกจะขอจด VAT เองเพื่อบริการเหล่านี้ก็ไม่ได้ จึงขอคืนภาษีซื้อไม่ได้ด้วย แต่สินค้าหรือบริการที่ไม่ใช่การรักษา เช่น เครื่องสำอางหรืออาหารเสริมที่ขายโดยไม่ผ่านการตรวจรักษา ไม่ได้รับยกเว้น ถ้ารายรับส่วนนี้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีก็ต้องจด VAT ให้นักบัญชีช่วยแยกรายรับสองส่วนนี้

ขอใบอนุญาตเปิดคลินิกใช้เวลานานแค่ไหน?

คู่มือสำหรับประชาชนของ สบส. ระบุระยะเวลารวม 2 เดือนนับจากวันที่เอกสารครบ โดยส่วนที่ใช้เวลามากที่สุดคือการพิจารณาและตรวจสถานที่ 60 วัน ถ้าต้องแก้เอกสารหรือแก้สถานที่ก็ต้องบวกเวลาเพิ่ม ค่าธรรมเนียมตามคู่มือคือ 1,000 บาทสำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการคลินิก และ 250 บาทสำหรับใบอนุญาตให้ดำเนินการ ต่างจังหวัดให้ตรวจขั้นตอนกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด