Buyer's Guide

จ้างเขียนโปรแกรม ราคาเท่าไหร่ คิดยังไง งบเท่าไหร่ถึงพอ

คู่มือสำหรับธุรกิจที่กำลังจะจ้างทำซอฟต์แวร์สั่งทำ ช่วงราคาที่พบบ่อย อะไรกำหนดราคาจริงๆ วิธีคิดราคาแต่ละแบบต่างกันอย่างไร และวิธีตั้งงบให้ไม่บานปลายทีหลัง

คำตอบสั้นๆ

จ้างทำซอฟต์แวร์ในไทย ระบบเล็กฟังก์ชันเดียวมักอยู่หลักแสนต้นๆ ระบบกลางที่มีหลายโมดูลและเชื่อม LINE หรือ PromptPay อยู่หลักแสนปลายถึงหลักล้านต้นๆ ระบบใหญ่ที่ต้องรองรับ PDPA, HIPAA หรือ PCI-DSS อยู่หลักล้านขึ้นไป ราคาขึ้นกับขอบเขตงาน ความซับซ้อน และทีม จึงควรตกลงขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่ม

ประเด็นสำคัญ

  • ตัวกำหนดราคาคือขอบเขตงาน ความซับซ้อน และทีมที่ลงมือทำ ไม่ใช่จำนวนหน้าจอหรือฟีเจอร์
  • ราคากลางภาครัฐ (สบน. มี.ค. 2569) ตกราว 6,048 ถึง 7,573 บาทต่อคนต่อวัน ใช้หารกลับเพื่ออ่านใบเสนอราคาได้
  • เหมาจ่าย รายชั่วโมง รายเดือน ไม่มีแบบไหนดีที่สุด เลือกตามความชัดของขอบเขตงาน ถ้ารายชั่วโมงให้ตั้งเพดาน
  • แอปมือถือมีค่าใช้จ่ายที่เว็บไม่มี ทั้ง iOS กับ Android ระบบหลังบ้าน และค่าบัญชี Apple 99 ดอลลาร์ต่อปี
  • งบบานปลายส่วนใหญ่มาจากขอบเขตงานไม่ครบและการเปลี่ยนใจกลางทาง ไม่ใช่ราคาตั้งต้นที่แพง

ราคาซอฟต์แวร์สั่งทำขึ้นอยู่กับอะไร

ราคาขึ้นกับ 3 ปัจจัย ไม่ใช่จำนวนหน้าจอหรือจำนวนฟีเจอร์ ข้อแรกคือขอบเขตงาน ต้องทำอะไรบ้างจริงๆ ข้อสองคือความซับซ้อน ต้องเชื่อมกับระบบอื่นกี่จุด และรองรับข้อมูลแบบไหน ข้อสามคือทีมที่ลงมือทำ ระดับประสบการณ์ ขนาดทีม และทำเองหรือจ้างต่ออีกทอด

ใบเสนอราคาสองใบที่ต่างกันหลายเท่าสำหรับโจทย์เดียวกัน จึงไม่ได้แปลว่ามีเจ้าหนึ่งโก่งราคาเสมอไป บ่อยครั้งแต่ละเจ้าตีความขอบเขตงานไม่เหมือนกัน หรือใช้ทีมคนละระดับ เข้าใจ 3 ปัจจัยนี้แล้ว ใบเสนอราคาจะอ่านง่ายขึ้นมาก

จ้างทำซอฟต์แวร์ คิดราคาแบบไหนได้บ้าง

ผู้ให้บริการในไทยมักคิดราคา 3 แบบ คือ เหมาจ่าย รายชั่วโมง และรายเดือน ไม่มีแบบไหนดีที่สุดตายตัว เลือกตามว่าขอบเขตงานชัดแค่ไหน และงานจบเป็นโปรเจกต์หรือต้องทำต่อเนื่อง

ไม่ว่าเลือกแบบไหน ตัวที่คุมงบได้จริงคือขอบเขตงานที่เขียนไว้ชัด ราคาเหมาจ่ายที่ขอบเขตคลุมเครือก็บานปลายได้ผ่านงานเพิ่มนอกขอบเขต ไม่ต่างจากรายชั่วโมงที่ไม่มีเพดาน

  • เหมาจ่าย: ตกลงขอบเขตงาน ระยะเวลา และราคาก่อนเริ่ม รู้ตัวเลขรวมตั้งแต่ต้น เหมาะกับงานที่ความต้องการชัดแล้ว แต่ทุกครั้งที่เปลี่ยนขอบเขตกลางทาง ต้องประเมินราคาส่วนต่างใหม่
  • รายชั่วโมง: จ่ายตามชั่วโมงทำงานจริง ยืดหยุ่น เหมาะกับงานที่ขอบเขตยังไม่นิ่งหรือต้องปรับทิศทางบ่อย ถ้าไม่ตั้งเพดานชั่วโมงไว้ งบวิ่งเกินที่ตั้งใจได้ง่าย
  • รายเดือน: จ่ายเป็นก้อนต่อเดือนเพื่อได้ทีมทำงานต่อเนื่อง เหมาะกับงานระยะยาวที่มีเรื่องให้ทำเรื่อยๆ ฝั่งคุณต้องมีคนคอยกำหนดทิศทางงานเอง

อะไรทำให้งบพัฒนาซอฟต์แวร์บานปลาย

งบที่บานปลายส่วนใหญ่มาจากช่องโหว่ระหว่างทางที่ป้องกันได้ น้อยครั้งที่เริ่มจากราคาที่แพงเกินจริง

  • สรุปขอบเขตงานไม่ครบ เริ่มทำจริงแล้วถึงเจอฟีเจอร์ที่ลืมพูดถึงตอนคุยราคา
  • เพิ่มหรือแก้ฟีเจอร์ระหว่างพัฒนา โดยไม่กลับไปคุยราคาใหม่ก่อน
  • คิดรายชั่วโมงแบบไม่มีเพดาน และไม่มีใครเบรกเมื่อชั่วโมงบวมขึ้นเรื่อยๆ
  • ระบบเดิมหรือ API ภายนอกซับซ้อนกว่าที่ประเมินไว้ตอนแรก
  • ข้ามการทดสอบเพื่อให้เสร็จเร็ว แล้วต้องย้อนมาแก้ทีหลังในราคาที่แพงกว่า

จ้างทำซอฟต์แวร์ในไทย ราคาเท่าไหร่

ระบบเล็กมักอยู่ที่หลักแสนต้นๆ ระบบใหญ่ที่ซับซ้อนไปถึงหลักล้านขึ้นไป ตัวเลขข้างล่างเป็นช่วงกว้างที่พบบ่อย ไม่ใช่ราคาตายตัว ตัวเลขที่ใช้ได้กับงานของคุณจริงจะได้ก็หลังสรุปขอบเขตงานแล้วเท่านั้น

  • ระบบขนาดเล็ก ฟังก์ชันเดียวชัดเจน แทบไม่ต้องเชื่อมระบบอื่น: มักอยู่ที่หลักแสนต้นๆ
  • ระบบขนาดกลาง หลายโมดูล เชื่อมกับบริการภายนอกอย่าง LINE หรือ PromptPay: มักอยู่ที่หลักแสนปลายถึงหลักล้านต้นๆ
  • ระบบขนาดใหญ่ ซับซ้อนสูง ต้องรองรับ PDPA, HIPAA หรือ PCI-DSS เต็มรูปแบบ: มักอยู่ที่หลักล้านขึ้นไป
ช่วงราคาที่พบบ่อยตามขนาดระบบ

ระบบเล็กอยู่หลักแสนต้นๆ ระบบกลางหลักแสนปลายถึงหลักล้านต้นๆ ระบบใหญ่หลักล้านขึ้นไป

  • ระบบเล็กหลักแสนต้นๆ
  • ระบบกลางหลักแสนปลายถึงหลักล้านต้นๆ
  • ระบบใหญ่หลักล้านขึ้นไป

ช่วงกว้างที่พบในตลาดไทย ไม่ใช่ราคาตายตัว ความยาวแท่งเป็นสัดส่วนโดยประมาณ และระบบใหญ่ไม่มีเพดาน

ค่าจ้างเขียนโปรแกรมต่อวัน ราคากลางภาครัฐอยู่ที่เท่าไหร่

ตามราคากลางที่ภาครัฐใช้ ค่าจ้างตกราว 6,048 ถึง 7,573 บาทต่อคนต่อวัน ตัวเลขนี้มาจากหลักเกณฑ์ราคากลางการจ้างที่ปรึกษาของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง ฉบับมีนาคม 2569 ซึ่งหน่วยงานรัฐใช้ตั้งราคากลางงานจ้างที่ปรึกษา รวมถึงงานพัฒนาระบบ ตารางบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกำหนดเงินเดือนพื้นฐานของผู้จบปริญญาตรีที่มีประสบการณ์ 7 ปีไว้ 50,400 บาทต่อเดือน และ 10 ปีไว้ 63,110 บาท คูณตัวคูณค่าใช้จ่าย 2.640 แล้วหารด้วย 22 วันทำงาน จะได้ราว 6,048 และ 7,573 บาทต่อคนต่อวันตามลำดับ

นี่คือเกณฑ์ภาครัฐ ไม่ใช่ราคาตลาดเอกชน ฟรีแลนซ์และบริษัทเล็กอาจเสนอต่ำกว่า งานที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะอาจสูงกว่า ประโยชน์ของมันคือใช้อ่านใบเสนอราคา ถ้าผู้เสนอราคาบอกจำนวนวันทำงาน (man-day) ของแต่ละช่วงงาน คุณหารกลับได้ว่าคิดค่าแรงต่อวันเท่าไหร่ แล้วเทียบกับเจ้าอื่นบนฐานเดียวกัน

ค่าจ้างต่อคนต่อวันตามราคากลาง สบน.

ประสบการณ์ 7 ปีราว 6,048 บาทต่อวัน และ 10 ปีราว 7,573 บาทต่อวัน

  • ประสบการณ์ 7 ปี6,048 บาท/วัน
  • ประสบการณ์ 10 ปี7,573 บาท/วัน

เงินเดือนพื้นฐาน × 2.640 ÷ 22 วันทำงาน ตามหลักเกณฑ์ สบน. ฉบับมีนาคม 2569

ทำแอปพลิเคชัน ราคาเท่าไหร่

แอปมือถือคิดราคาด้วยหลักเดียวกัน คือขอบเขตงาน ความซับซ้อน และทีม แต่มีค่าใช้จ่ายที่ระบบบนเว็บไม่มีอยู่สามก้อน ก้อนแรกคือทำให้ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android จะเขียนแยกสองชุด หรือเขียนชุดเดียวด้วยเครื่องมือข้ามแพลตฟอร์มก็ได้ ก้อนที่สองคือระบบหลังบ้านและ API ที่แอปต้องคุยด้วย ซึ่งมักเป็นงานมากกว่าหน้าจอในแอปเสียอีก ก้อนที่สามคือค่าบัญชีนักพัฒนาของร้านค้าแอป Apple คิด 99 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี Google Play คิดครั้งเดียว 25 ดอลลาร์สหรัฐ (ตรวจจากหน้าของทั้งสองเจ้าเมื่อ 26 กันยายน 2569)

ก่อนจ้างทำแอป ถามตัวเองก่อนว่าต้องใช้ความสามารถของเครื่องจริงไหม เช่น กล้อง GPS ทำงานตอนไม่มีเน็ต หรือแจ้งเตือนแบบแอป ถ้าไม่ต้อง เว็บแอปที่เปิดบนมือถือ หรือระบบบน LINE OA ที่ลูกค้ามีอยู่แล้ว มักถูกกว่า ไม่ต้องผ่านการรีวิวของร้านค้าแอป และแก้ไขได้ทันที

ค่าบัญชีร้านค้าแอป (26 ก.ย. 2569)
บัญชีนักพัฒนา Apple
99 ดอลลาร์/ปี
บัญชีนักพัฒนา Google Play
25 ดอลลาร์ ครั้งเดียว

คุมงบจ้างทำซอฟต์แวร์ตั้งแต่วันแรกยังไง

การคุมงบเริ่มก่อนเซ็นสัญญา เริ่มจากเขียนขอบเขตงานให้ชัด เลือกวิธีคิดราคาให้เข้ากับสถานะงาน แบ่งงานเป็นช่วงที่ตรวจรับได้ ตัดฟีเจอร์ให้เหลือเท่าที่จำเป็น และถามเรื่องค่าดูแลไว้ก่อน รอให้ปัญหาโผล่มาก่อน จังหวะที่แก้ได้ถูกๆ ก็ผ่านไปแล้ว

ห้าขั้นคุมงบก่อนเซ็นสัญญา
  1. เขียนขอบเขตงานระบุเป็นลายลักษณ์อักษรว่าอะไรอยู่ในราคา อะไรไม่อยู่ ก่อนเริ่มพัฒนา
  2. เลือกวิธีคิดราคาขอบเขตชัดแล้วใช้เหมาจ่ายได้ ถ้ายังไม่นิ่ง ใช้รายชั่วโมงแบบมีเพดาน
  3. แบ่งงานเป็นช่วงมีจุดตรวจรับผลงานแต่ละช่วง ไม่รอดูทีเดียวตอนจบ
  4. เริ่มจากที่จำเป็นเปิดใช้ด้วยฟีเจอร์ที่ต้องมี แล้วค่อยเพิ่มตามผลจากผู้ใช้จริง
  5. ถามค่าดูแลถามก่อนเซ็นว่าค่าดูแลหลังส่งมอบคิดอย่างไร ครอบคลุมอะไร

คำถามที่ควรถามก่อนเซ็นสัญญา

  • ขอบเขตงานที่ตกลงกันครอบคลุมฟีเจอร์ที่ต้องการครบหรือยัง ยังมีอะไรไม่ชัดบ้าง?
  • ราคาที่เสนอคิดแบบเหมาจ่าย รายชั่วโมง หรือรายเดือน ถ้ารายชั่วโมง มีเพดานไหม?
  • ถ้าเพิ่มหรือเปลี่ยนฟีเจอร์ระหว่างทาง คิดราคาเพิ่มอย่างไร และต้องอนุมัติก่อนไหม?
  • ใครคือทีมที่ลงมือพัฒนาจริง มีประสบการณ์แค่ไหน ไม่ใช่แค่คนที่มาคุยตอนเสนอราคา?
  • แผนงานรวมช่วงทดสอบและแก้บั๊กก่อนส่งมอบด้วยหรือเปล่า?
  • หลังส่งมอบมีค่าดูแลต่อเนื่องไหม ครอบคลุมอะไรบ้าง?
  • จ่ายครบแล้ว ซอร์สโค้ดและเอกสารเป็นของใคร สัญญาเขียนไว้หรือยัง?

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมราคาจ้างทำซอฟต์แวร์แต่ละเจ้าต่างกันมาก?

เพราะแต่ละเจ้าตีความขอบเขตงานไม่เหมือนกัน ใช้ทีมคนละระดับประสบการณ์ และคิดราคาคนละแบบ ใบเสนอราคาที่ต่างกันหลายเท่าสำหรับโจทย์เดียวกันจึงไม่แปลก ให้ขอแต่ละเจ้าแจกแจงว่าราคารวมอะไรบ้าง แล้วเทียบกันที่ขอบเขตงานจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขบรรทัดสุดท้าย

จ้างทำซอฟต์แวร์ เหมาจ่ายหรือรายชั่วโมง แบบไหนดีกว่า?

ไม่มีแบบไหนดีกว่าเสมอ ขึ้นกับว่าขอบเขตงานชัดแค่ไหน งานที่ความต้องการนิ่งแล้ว เหมาจ่ายทำให้รู้ตัวเลขรวมก่อนเริ่ม แต่ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องตีราคาใหม่ งานที่ยังสำรวจอยู่ รายชั่วโมงแบบมีเพดานยืดหยุ่นกว่า ทั้งสองแบบคุมงบได้ก็ต่อเมื่อเขียนขอบเขตงานไว้ชัด

ค่าจ้างโปรแกรมเมอร์ต่อวันเท่าไหร่?

ตามราคากลางที่ภาครัฐใช้ (สบน. กระทรวงการคลัง ฉบับมีนาคม 2569) ผู้มีประสบการณ์ 7 ปีตกราว 6,048 บาทต่อคนต่อวัน และ 10 ปีราว 7,573 บาท คิดจากเงินเดือนพื้นฐานคูณ 2.640 หารด้วย 22 วันทำงาน นี่ไม่ใช่ราคาตลาดเอกชน ฟรีแลนซ์อาจถูกกว่า ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะอาจแพงกว่า

ทำแอปมือถือแพงกว่าทำระบบบนเว็บไหม?

มักแพงกว่า เพราะมีค่าใช้จ่ายที่เว็บไม่มี ทั้งการทำให้ใช้ได้บน iOS และ Android ระบบหลังบ้านที่แอปต้องคุยด้วย และค่าบัญชีร้านค้าแอป (Apple 99 ดอลลาร์ต่อปี Google Play 25 ดอลลาร์ครั้งเดียว) ถ้าไม่ต้องใช้กล้อง GPS หรือแจ้งเตือนแบบแอป เว็บแอปหรือระบบบน LINE OA มักถูกกว่า

มีงบจำกัด ควรเริ่มทำระบบจากอะไร?

ตัดขอบเขตงานให้เหลือเฉพาะฟีเจอร์ที่ต้องมีก่อนเปิดใช้จริง ให้ผู้ใช้จริงได้ลองก่อน แล้วค่อยเพิ่มฟีเจอร์ตามผลตอบรับ งบก้อนแรกจะเล็กลง และรู้เร็วขึ้นว่าระบบตอบโจทย์จริงไหม ก่อนลงทุนเพิ่ม

ค่าดูแลระบบหลังส่งมอบคิดยังไง?

ส่วนใหญ่คิดเป็นรายเดือน ครอบคลุมแก้บั๊กเร่งด่วน อัปเดตความปลอดภัย มอนิเตอร์ระบบ และงานปรับเล็กน้อยไม่เกินจำนวนชั่วโมงที่ตกลงกันต่อเดือน ฟีเจอร์ใหม่ที่อยู่นอกขอบเขตเดิมมักประเมินราคาแยก แบบเดียวกับตอนเริ่มโปรเจกต์ ควรถามเรื่องนี้ให้ชัดก่อนเซ็นสัญญา

เล่าโจทย์

เริ่มจากตอบสามข้อนี้

ไม่ต้องมีสเปกหรือเอกสาร ตอบสั้นๆ ทาง LINE แล้วเราจะนัดคุยรายละเอียดกับคุณ

เล่าโจทย์ทาง LINE

กดแล้ว LINE จะเปิดพร้อมสามข้อนี้ เติมคำตอบแล้วกดส่งได้เลย

  1. ตอนนี้ใช้อะไรทำงานนี้อยู่Excel, กลุ่ม LINE, กระดาษ หรือโปรแกรมสำเร็จรูป
  2. งานติดอยู่ตรงไหนขั้นตอนที่ช้า ต้องทำซ้ำ หรือผิดบ่อยที่สุด
  3. อยากเริ่มเมื่อไหร่เดือนนี้ ไตรมาสหน้า หรือยังอยู่ในช่วงหาข้อมูล

เริ่มจากเล่าปัญหา

อยากคุยเรื่องขอบเขตงานของคุณไหม?

เล่าขอบเขตงานคร่าวๆ ให้เราฟัง แล้วเราช่วยดูว่าอะไรเป็นตัวกำหนดค่าใช้จ่ายของงานคุณ ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญากับใคร ไม่มีข้อผูกมัด

ดูแลธุรกิจคุณด้วยมืออาชีพ

Your business,
in professional hands.